*Acidrain* ฝนตก...'s profileAcidrain..ฝนตกตลอดเวลาPhotosBlogLists Tools Help

Chalita C.

Occupation
Interests
Love me or die..

Acidrain..ฝนตกตลอดเวลา

*..เพียงไม่นานก็จมลงอยู่ในภวังค์ ง่ายดาย..*
Photo 1 of 16
January 16

ฝัน

 
..แสงอ่อนๆของวันใหม่เริ่มฉายที่จุดตัดของน้ำกับฟ้า เกิดการหักเหของแสงส่งสีประหลาดเข้าที่รูม่านตา ลมอุ่นๆเลียผิวแก้มเหมือนเป็นการชวนให้ตื่นมาทักทายกัน กลิ่นเค็มๆที่คุ้นเคย เวลานี้ช่างแสนวิเศษ...ใจนึงก้อยากจะนอนซุกผ้าห่มใช้เวลาในห้วงคำนึงมากขึ้นอีกหน่อย แต่ก็อดเสียดายภาพสวยงามในยามเช้าของทะเลไม่ได้..ทำให้ต้องลุกขึ้นมาในที่สุด อากาศยามเช้ายังไม่ร้อนนัก แค่พออุ่นๆ
ฉันลุกจากเตียงไปนั่งที่เก้าอี้ชายหาดหน้าบ้านบนหาดทรายพร้อมกัน ขวดน้ำและบุหรี่1ตัว คาบไว้ที่ปาก
..จุดไฟแล้วสูบควันเข้าไปพอให้รู้สึกดี....เช้านี้ก็สวยงามเหมือนเคย

..หลังจากล้างหน้าล้างตาแปรงฟันแล้ว ฉันก็ตรงรี่ไปที่ร้านอาหารริมทะเลที่ติดกับบ้านพัก เวลานี้ไม่มีอะไรดีไปกว่า กาแฟร้อนๆหอมๆ กับบุหรี่อีกสักตัว Postcard ที่เตรียมเอาไว้ คิดว่าจะเขียนหาใครๆกองอยู่ตรงหน้า..กาแฟหมดไปครึ่งแก้วแล้ว ฉันยังคงทอดอารมณ์อยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม มองออกไป..

..ชีวิตของเราต้องการอะไรหนอ ความสุขของมนุษย์คือที่ตรงไหนหนอ ความฟุ้งซ่านเดิมๆกลับเข้ามาในความคิด ฉันมักฟุ้งซ่านเรื่องที่ไม่มีคำตอบเสมอ บางทีก็ใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับมันนานสองนาน ทั้งๆที่สุดท้าย เราก็บอกตัวเองว่า อย่าไปคิดมาก แค่ปล่อยมันไป ฉันแค่อยากใช้เวลาในชีวิตให้มีความสุขในแบบที่ฉันต้องการ ได้ท่องเที่ยวเหนสิ่งสวยงาม ได้พบคนที่น่าสนใจ ได้มีเพื่อนที่ดี ได้มีความรักที่ดี ได้ทำในสิ่งที่รัก เพียงแค่นี้ก็เพียงพอ...อย่างเช่นเวลานี้ มันเป้นอีกหนึ่งในความสำราญในชีวิตที่ไม่มีวันหมดอายุ
นั่นคือการได้นั่งมองทะเลปล่อยใจไปเรื่อยๆแบบนี้...
..ฉันก้มลงมองPostcardตรงหน้า แล้วลองนึกว่าจะเขียนอะไร มีเรื่องมากมายที่ฉันอยากจะเขียน
มีคนที่ฉํนคิดถึง มีภาพต่างๆที่ฉันอยากจะถ่ายเก็บเอาไว้...แต่ในที่สุด ฉันก็ไม่ได้เขียนPostcardสักใบ ถึงใครสักคน หรือแม้แต่ ถ่ายรูปก็ไม่ได้ถ่ายไว้มากมายนัก..

...ความรู้สึกบางอย่างบอกกับฉันว่า ฉันไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการส่งสารในเวลานี้ เพราะฉันได้ส่งมันไปถึงแล้ว ณ เวลาที่ฉันได้คิดถึงเขา ฉันไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการบันทึกภาพ เพราะฉันได้บันทึกมันแล้วด้วยดวงตาและประทับมันเอาไว้ในความทรงจำ เพียงแค่นี้ก็พอแล้วสำหรับฉัน..

..บุหรี่ไหม้จนถึงก้นกรองแล้วแต่ฉันไม่ได้สูบ แดดยามสายเริ่มอุ่นขึ้น อันที่จริงมันเรียกว่าร้อนได้เลย
ฉันลุกขึ้นเดินกลับไปที่บ้านพัก แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ชายหาดตัวเดิม ค่อยๆเอนตัวลง มองออกไป
ลมอุ่นๆพัดเอาเศษทรายเข้ามาที่ตาฉัน ฉันหลับตาลง...น้ำตาไหล

0.47 15/01/08
August 03

..เปลี่ยนแปลง..

...คนเรามักกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น...
 
...คนเรามักไม่ชอบอยู่ในสถานะการณ์ ที่ยังไม่รู้คำตอบที่แน่ชัด...
 
...คนเรา มักชอบคิดอะไรในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง...
 
ทุกคนก็คงรู้ว่า ความรู้สึกพวกนั้นน่ะ มันเป้นยังงัย ต้องยืนในที่มืดมืด ไร้แสงสว่าง ไร้ที่ยึดเกาะ ยืดแขนไปสุดตัว ก็ว่างเปล่า หันไปทางไหนรอบๆตัวก็เจอแต่ ความว่างเปล่า...
แต่เมื่อเวลาที่เปลี่ยนสภานะเป็นคนคุมเกมเมื่อไหร่ ก็ไม่ค่อยมีใครนึกถึงความรู้สึกของผู้ถือไพ่เล็กกว่าในเกมนั้น...
 
 ...คนเราก็อย่างงี้...
 
...คนเรา เปลี่ยนแปลงเสมอ...
...คนนึงเปลี่ยนไปในทางที่มากขึ้น ในขณะที่อีกคน เปลี่ยนไปในทางที่น้อยลง....ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
...คนเรา มันกไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่ก็เปลี่ยนแปลงเสมอ
...สิ่งที่ต้องจำใจทำคือ การยอมรับ และอยู่กับมัน ...ใครทำได้อย่างสมบูรณ์แบบบ้าง...ไม่มี
...  "....................."
 
 
... จงอย่าเปลี่ยนแปลงถ้าไม่อยากเปลี่ยนแปลง..
 
July 19

..ความรัก..

..อย่างที่เคยบอกไว้
 
ความรัก แทรมซึมเข้าสู่หัวใจของเรา โดยไม่ทันรู้ตัวเสมอ..ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
ชีวิตที่ผ่านมา7เดือน เหมือนผีเสื้อเพิ่งหัดบิน..
ปีกทั้งคู่ยังไม่แข็งแรงจึงบินได้ต่ำ...เหน็ดเหนื่อย ที่ต้องบินต้านกระแสลมเพียงลำพัง
หวังว่าสักวันจะได้เจอ ทุ่งดอกไม้แสนสวย เพื่อพักใจและอิ่มเอม...
...ความหวัง ที่ไม่ได้หวัง มักมาก่อนความหวัง ที่เฝ้าคาดหวัง..
ผีเสื้อน้อย..แม้ไม่ได้พบทุ่งดอกไม้ที่สวยงามดั่งใจหวัง
แต่ก้พบดอกไม้แสนสวย ขนาดกำลังเหมาะ เป้นมิตรและแสนดี
 ความรัก แทรกซึบแนบชิดอยู่ในหัวใจเสียแล้ว
รสหวานของน้ำหวานคำแรก ก็ทำให้รู้ได้เลยว่า ชีวิตนี้สิ่งที่ต้องการคืออะไร
ไม่จำเป้นต้องบินได้สูงที่สุด ไม่จำเป็นต้องค้นพบทุ่งดอกไม้แสนงาม..
ขอเพียงแค่ สักที่...สักคน
ที่เหมาะและเข้ากันได้ดี...
น้ำหวานเพียงหยด... ก็หอมหวานเสียยิ่งกว่า น้ำหวานทั้งทุ่งดอกไม้เสียอีก
 
...แด่ ความรักที่ไม่ได้คาดหวัง
November 13

ชัวิตหลังจาก....

 

ชีวิตหลังจาก...
 
ไม่ได้เขียนอะไรต่ออะไรมานานมากเลยนะ
นานซะจนเมื่ออยากกลับมาเขียนอีก ก็ไม่รู้ว่า
จะเรียบเรียงอะไรต่ออะไรที่สะสมอยู่ในหัว
ออกมาอย่างไรถึงจะเป็นที่พอใจ ในตัวเอง
มันคงจะดีถ้ามีเครื่องพิมพ์ที่ต่อตรงจะหัวเรา
แล้วปริ้นออกมาเป็นเรื่องราวทั้งหมด
(จินตนาการของคนขี้เกียจ)
เขียนคราวนี้คงจะยาวหน่อยแล้วก็คงไม่ได้เขียน
วันเดียวเสร็จด้วย แต่อยากให้รู้ถึงความตั้งใจเอาไว้ก่อน
เพื่อความดูดี...
 
----------------------------------------------------
 
 
 

ชีวิตที่ผ่านมามีอะรเกิดขึ้นแยะเลย

ตั้งแต่เริ่มทำทีสีท เพิ่งเคยเครียดถึงขั้นนอนไม่หลับ
จิตตกอย่างรุนแรง กังวลและวิตกจริตมากที่สุดก็คราวนี้
นอกจากเรื่องอกหักแล้ว มีครั้งนี้ที่แย่พอๆกัน เหมือน..
ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย และก็เพิ่งรู้ว่า ตัวเองออ่นแอแค่ไหน
----------------------------------          
หัวข้อที่ทำทีสีท กว่าจะคลอดออกมาอย่างชัดเจนเล่นเอาแทบบ้า
จะว่าไปต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนร่วมในการช่วยคิดและวิจารย์ด้วย
ลำพังตัวเราเอง คงจับจนคิดวนไปมาอยู่นั่นแหละ..แก้ไม่หาย
พอมีโจทก์ที่มั่นคงแล้ว ก็เข้าสู่ข้นตอนการทำงานอย่างจริงจังง
ไม่เคยตั้งใจและทำอะไรที่จริงจัวงเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย
แม้กระทั่งตอนสอบเอ็นเรายังไม่ตั้งใจขนาดนี้ ..(ถึงได้เอ็นไม่ติด)
ออจากบ้าน ไปถ่ายรูปทุกวัน และก็ไม่ได้สักว่าจะจ้องถ่ายๆๆ
แต่กว่าจะกดชัตเตอร์ลงไปแต่ละรูป ก็ต้องคำนึงถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อก่อน
มันทำให้เราทำงานแบบ มีความหมาย มีระบบการคิดมากขึ้น
มันเหนื่อยมากสำหรับเราเพราะ เราเป้ฯคนไม่มีระบบ แม้กระทั่ง ตอนเรียน
เราก็เผาๆบ้าง ทำแบบไม่ตั้งใจบ้าง งานที่ออกมา ก็ไม่เต็มที่สักเท่าไหร่
แต่คราวนี้ มันเหมือนจุดยิ่งใหญ่ในชีวิตจุดนึง เพราะถ้าเราพลาด
โลกมันไม่แตกหรอก แต่หัวใจเราสิ คงแตกละเอียด (กึ๋ย!)
 
 
เมื่องานผ่านแล้ว อะไรๆก็ดูดีขึ้นนะ โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ
บางครั้งเราก็กลับมาเห้นตัวเองว่า เรากดดันตัวเองมากเกินไป
เมื่อเริ่มทำความเข้าใจอะไรๆอย่างถ่องแท้และชัดเจนแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างก็ก็เป้นไปตามธรมชาติ และ สัญชาติญาณ
และผลที่ออกมา ก็เป็น ที่น่ายินดี กับตัวเอง ที่ในที่สุด ก็ผ่านมาได้
ด้วยตัวเอง...
 
เพื่อน
...คำๆนี้มีบทบาทและความหมายกับชีวิตเราอย่างมาก
เราเคยมีทั้งเพื่อนที่ ดีที่สุด และเพื่อนที่... อย่างได้เรียก
คนเหล่านั้นว่าเพื่อนเลย เอาเป็นว่าเหมือนคนรู้จักที่ทำที
เหมือนเป็นเพื่อนต่อหน้า แต่ลับหลังก็ลอบกัด นินทา คิดร้าย
คำเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อนในความคิดของเรา เป็นแค่คนที่หวังอะไร
สักอย่างจากการคบหากัยเราเท่านั้น ในชีวิตเราส่วนใหญ่ก็จะมี
แต่คนอย่างนี้แหละ จะหาเพื่อนที่เป็นเพื่อนจริงๆได้สักกี่คน
เอาถอะ...จะไม่ด่าใคร เพราะคราวนี้จะพูดแต่เรื่องดีๆ...ดีมะ!
 
ชีวิตมหาวิทยาลัยทำให้เราเข้าใความหมายของคำว่าเพื่อนมากขึ้น
อาจจะเพราะก่อนเข้ามหาลัยเรามีเพื่อนแท้จริงอยู่ไม่กี่คน
เมื่อเราได้เพื่อนกลุ่มใหม่ ที่ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญ หรือว่าใคร
ข้างบนนั้นกำหนดมาให้เราได้เจอกัน เข้าใจกัน รักกัน..
ในเวลที่สุข สนุกสนาน พวกเราก็ยิ่มไปด้วยกันเสมอ ในเวลาที่ใคร
คนหนึ่ง เจ็บมาจากที่ไหน ใครคนหนึ่ง ร้องไห้ เราก็ปลอบใจและ
ช่วยพยุงกันไปเสมอ...ยิ่งเวลที่ทุกทรมารจากความรัก เวลาที่กูอกหัก
ถูกผู้ชายระยำๆ (มิได้เหมารวม) หักหลัง เฉดหัวทิ้งมา ก็มีพวกมึงนี่แหละ
ที่คอยปลอบกู ทำให้กูหายเศร้า อย่างน้อย ก็ทำให้รู้สึกว่า กูไม่ได้อยู่คนเดียว
 
ขอเล่า(เหล้า!).. เมือตอนกูอกหักจากเจ้าของร้านอังคารคลับ
ขอบอกว่ากูเสียใจมาก ไม่ใช่แค่เพราะเค๊าไม่รักกู แต่กูเสียใจที่กูรักคนแบบผิดๆ
กูเลือกที่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะคิดว่า การให้จะเข้าไปอยู่ในหัวใจคนบางคนได้
แต่ครั้งนั้กูคิดผิด การรักด้วยความดี การรักด้วยการให้อย่างทุ่มเทแบบโง่ๆ มันไม่
สามารถเปลี่ยนแปลงคนบางคนได้จริงๆ.. ความทุกข์ในครั้งนั้น สาหัสมหาศาลมาก
เป็ฯครั้งหนึ่งที่กูมีความคิดควายๆอย่างเช่น อยู่ไปทำไมวะ? ถ้าต้องทุกข์ทรมาร
อย่างไม่สิ้นสุดแบบนี้ แต่ ก็มีพวกมึง ที่คอยให้สติกูเสมอ จำได้มั้ยวันนั้นที่กูประกาศ
อย่างเป็นทางการว่ากูโดนทิ้ง พวกมึงชวนกูไปกินเบียร์ร้านแรก หอแกรนด์ ใจจริง
กูอยากกลับบ้านไปนอนกลืนน้ำตามากกว่า แต่..อยู่หลายคน ดีกว่าอยู่คนเดียว
วันนั้นเราหมดเบียร์ไป3ลังได้ พวกมึงเมากันหมด (แต่กูไม่เมาว่ะ) พวกมึงอาจจะจำ
ไม่ได้และไม่ได้คิดไร แต่กูขอบอกว่า กูประทับใจเมื่อกูมองเห็นพวกมึงเมาหลับไม่รู้เรื่อง
ทั้งๆที่งานเราเยอะมาก และควรกลับบ้านไปทำงานมากกว่า แต่พวกมึงก็ยังอยู่เป็นเพือนกู
พยายามทำให้กูหายเศร้า...(แต่เสือกเมาเอง) ขอบใจมากเพื่อน...
 
อีกหลายๆครั้ง ที่เรามีเวลาแห่งความสุขด้วยกัน กูอยากจดจำทุกบรรยากาศเอาไว้ แล้วรีไวน์กลับไป
ใหม่ สัมผัสความรุ้สึกตอนนั้นด้วยกันใหม่...
...นอนมองดาวด้วยกัน(กับยุงคอมมานโด)ที่เสม็ด อ่าวลุงดำ ..น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นอ่าวศิลปกำ(และอีกหลายๆเหตุการเกิดขึ้นที่นี่ รักว่ะ)
...ล่องแพที่กาญจน์ ที่กูขาตกร่องในขณะที่พวกมึงเล่นไพ่กันไม่สนใจกูเลย..และเหตุการณ์ สรวิทย์
...Survay of Art ภาคเหนือ เมาแม่งทุกวัน ไม่มีวันไหนที่มองศิลปะได้อย่างเต็มตา..มันโครต
...ทุกๆที่ ที่เราแม่งไปกินเหล้ากัน ทั้งในพื้นที่ (หอ)และนอกพ้นที่ ตามร้านต่างๆที่ได้กิแม่งไปปล่อยของ
...เกาะช้าง ..กูเกือบตาย แต่เป็ฯอะไรที่ เจ๋งว่ะไปอีกนะ
มันเหมือนทุกอย่างผ่านไปเร็วมากๆ 5ปีที่เรารู้จักกัน มันทำให้ชีวิตกูเปลี่ยนไป กูมีความสุข
 
ยิ่งช่วงที่เราทำทีสีท เราเครียดมากๆ แทบจะบ้า...แต่ก็ได้เพื่อนๆที่คอยปลอบใจเรา ช่วยเหลือเรา
มันทำให้เราเข้าใจแล้วว่าชีวิตนี้ ขอแค่มี ครอบครัวที่ดี งานที่ดี และ เพื่อนที่ดี จริงใจต่อกัน มันก็
perfect เราไม่จำเป้นต้องร่ำรวยหรือหาความสุขจากทางไหนอีก
..ขอบใจจริงๆ ที่อยู่ข้างๆกันเสมอเพื่อนๆ ศิลกำรุน14 เซค2 พวกมึงคือบุคคลมีค่าในชีวิตกู ไม่ว่า
กูจะไปอยู่ที่ไหน มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมิตรภาพระหว่าเราได้นะ สัญญา........(ซึ่งว่ะ)
 
มิตรภาพBrand new (ใหม่)
...ง่วงแล้วว่ะ ตี3ละ ลืมไปว่าเมาอยู่ ไว้มาต่อละกัน  คร่อออกกzzZZ
 
  
September 30

เอางี้....

 
 
..เอางี้..
 
 
 
 
 
 
 
จบแล้วโว๊ยยยยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
 
ปริญญาตรี
 
 
 
สราดดดดดดดดด แทบตาย
 
 
 
 
ดีใจนะ นะ นะ นะ นะ..
 
 
 
September 20

นับถอยหลัง

 
 
 
 
 
วันนี้แล้วเว่ยยย!!!
 
 
 
 
 
 คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วยย เต๊อะ
 
 
 
 
 
 
 
September 15

..เวลา..

..เวลา..
 
เป็นหน่วยกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้...
 
และเป้นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอะไรๆบนโลกนี้ได้อีกด้วย
 
เวลา เปลี่ยนความสัมพันธ์...บางอย่าง
 
มันเป้นเรื่องน่าเจ็บปวดเหมือนกันนะ ที่ความสัมพันธ์บางอย่าง สะสมสิ่งสวยงามเอาไว้มากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็นำพาความรู้สึกดีๆนั้นไปด้วย ทำให้มันจางลง
ทำให้มันเลือนลาง...แต่เวลาก็นำพาอะไรดีๆมาแทนที่ อย่างเช่น ความทรงจำ
 
ช่วงเวลาหนึ่ง บางทีเราก็มีสิ่งดีๆเข้ามามากมาย คนดีๆ เพื่อนๆดี ความรักดีๆ มันอาจจะมากมายจนเราแทบจะสำลักความสุขนั้นตายเสียด้วยซ้ำ
มันอาจจะมากมายจนเราหลงลืมไปว่า มันอาจจะหมดไปซักวัน...
 
ช่วงเวลาหนึ่ง บางทีเรกามีทุกข์มากมายเหลือเกิน จนเรารู้สึกว่ามันเกินกว่าเราจะรับไหว มันมากเกินเหมือนกับว่าเราจะต้องตาย
และเฝ้ารอเฝ้าคอยให้มันผ่านไป จางหายไป แต่ก็ดูเหมือนว่า มันตะเคลื่อนตัวช้าเสียเหลือเกิน...แต่สุดท้าย มันก็ผ่านไป และ เราก้ไม่ตาย
 
ช่วงเวลาหนึ่ง บางทีเราก็รู้สึก รัก ใครคนหนึ่งมากมายเหลือเกิน รักด้วยหัวใจ รักด้วยทั้งหมดที่เรามี รักจนคิดว่า จะไม่มีวันหยุดรัก จะไม่มีวันหมดไป
แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็อาจจะทำให้เราเปลี่ยนไปด้วย เราอาจไม่ด้รักเค๊าเหมือนอย่างที่คิดว่าจะรักอีก หรือ คนที่เรารัก อาจจะไม่ได้รักเราอย่างที่เราคิดว่าเค๊าจะรักอีก
มันช่างน่าเสียดายพลังที่สวยงามเหล่านั้น .... แต่เราก็เชื่อว่า มันไม่สูญเปล่า
 
เวลา เปลี่ยน คน...เปลี่ยน เรา
คงเป้นเรื่องของธรรมชาติสินะ...สะสมช่วงเวลาดีๆเอาไว้ ในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ .. น่าเสียดายที่เราพกมันไปกับเราด้วยในภพหน้า ชีวิตหน้า หรือ ภพเส้นขนาน
(หรือที่ไหนก็ตาม)ไม่ได้...แต่ถ้าได้ เราคงมีความทรงจำเยอะแยะเกินไป จนหาความสำคัญไม่ได้...อย่างงี้คงดีแล้ว
 
ถ้าเราบังคับเวลาได้ ก็คงสนุกดี ขอให้ช่วงความสุขอยู่นานๆ และ ความทุกข็ ไปไวๆหน่อย คงเพอร์เฟคพิลึก...
 
 
 
ตี4.27นาที งานยังไม่เสร็จ .... เวลา เดินช้าอีกหน่อยได้มั้ย