| *Acidrain* ฝนตก...'s profileAcidrain..ฝนตกตลอดเวลาPhotosBlogLists | Help |
|
|
January 16 ฝัน..แสงอ่อนๆของวันใหม่เริ่มฉายที่จุดตัดของน้ำกับฟ้า เกิดการหักเหของแสงส่งสีประหลาดเข้าที่รูม่านตา ลมอุ่นๆเลียผิวแก้มเหมือนเป็นการชวนให้ตื่นมาทักทายกัน กลิ่นเค็มๆที่คุ้นเคย เวลานี้ช่างแสนวิเศษ...ใจนึงก้อยากจะนอนซุกผ้าห่มใช้เวลาในห้วงคำนึงมากขึ้นอีกหน่อย แต่ก็อดเสียดายภาพสวยงามในยามเช้าของทะเลไม่ได้..ทำให้ต้องลุกขึ้นมาในที่สุด อากาศยามเช้ายังไม่ร้อนนัก แค่พออุ่นๆ ฉันลุกจากเตียงไปนั่งที่เก้าอี้ชายหาดหน้าบ้านบนหาดทรายพร้อมกัน ขวดน้ำและบุหรี่1ตัว คาบไว้ที่ปาก ..จุดไฟแล้วสูบควันเข้าไปพอให้รู้สึกดี....เช้านี้ก็สวยงามเหมือนเคย ..หลังจากล้างหน้าล้างตาแปรงฟันแล้ว ฉันก็ตรงรี่ไปที่ร้านอาหารริมทะเลที่ติดกับบ้านพัก เวลานี้ไม่มีอะไรดีไปกว่า กาแฟร้อนๆหอมๆ กับบุหรี่อีกสักตัว Postcard ที่เตรียมเอาไว้ คิดว่าจะเขียนหาใครๆกองอยู่ตรงหน้า..กาแฟหมดไปครึ่งแก้วแล้ว ฉันยังคงทอดอารมณ์อยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม มองออกไป.. ..ชีวิตของเราต้องการอะไรหนอ ความสุขของมนุษย์คือที่ตรงไหนหนอ ความฟุ้งซ่านเดิมๆกลับเข้ามาในความคิด ฉันมักฟุ้งซ่านเรื่องที่ไม่มีคำตอบเสมอ บางทีก็ใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับมันนานสองนาน ทั้งๆที่สุดท้าย เราก็บอกตัวเองว่า อย่าไปคิดมาก แค่ปล่อยมันไป ฉันแค่อยากใช้เวลาในชีวิตให้มีความสุขในแบบที่ฉันต้องการ ได้ท่องเที่ยวเหนสิ่งสวยงาม ได้พบคนที่น่าสนใจ ได้มีเพื่อนที่ดี ได้มีความรักที่ดี ได้ทำในสิ่งที่รัก เพียงแค่นี้ก็เพียงพอ...อย่างเช่นเวลานี้ มันเป้นอีกหนึ่งในความสำราญในชีวิตที่ไม่มีวันหมดอายุ นั่นคือการได้นั่งมองทะเลปล่อยใจไปเรื่อยๆแบบนี้... ..ฉันก้มลงมองPostcardตรงหน้า แล้วลองนึกว่าจะเขียนอะไร มีเรื่องมากมายที่ฉันอยากจะเขียน มีคนที่ฉํนคิดถึง มีภาพต่างๆที่ฉันอยากจะถ่ายเก็บเอาไว้...แต่ในที่สุด ฉันก็ไม่ได้เขียนPostcardสักใบ ถึงใครสักคน หรือแม้แต่ ถ่ายรูปก็ไม่ได้ถ่ายไว้มากมายนัก.. ...ความรู้สึกบางอย่างบอกกับฉันว่า ฉันไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการส่งสารในเวลานี้ เพราะฉันได้ส่งมันไปถึงแล้ว ณ เวลาที่ฉันได้คิดถึงเขา ฉันไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการบันทึกภาพ เพราะฉันได้บันทึกมันแล้วด้วยดวงตาและประทับมันเอาไว้ในความทรงจำ เพียงแค่นี้ก็พอแล้วสำหรับฉัน.. ..บุหรี่ไหม้จนถึงก้นกรองแล้วแต่ฉันไม่ได้สูบ แดดยามสายเริ่มอุ่นขึ้น อันที่จริงมันเรียกว่าร้อนได้เลย ฉันลุกขึ้นเดินกลับไปที่บ้านพัก แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ชายหาดตัวเดิม ค่อยๆเอนตัวลง มองออกไป ลมอุ่นๆพัดเอาเศษทรายเข้ามาที่ตาฉัน ฉันหลับตาลง...น้ำตาไหล 0.47 15/01/08 November 13 ชัวิตหลังจาก....
ชีวิตหลังจาก...
ไม่ได้เขียนอะไรต่ออะไรมานานมากเลยนะ
นานซะจนเมื่ออยากกลับมาเขียนอีก ก็ไม่รู้ว่า
จะเรียบเรียงอะไรต่ออะไรที่สะสมอยู่ในหัว
ออกมาอย่างไรถึงจะเป็นที่พอใจ ในตัวเอง
มันคงจะดีถ้ามีเครื่องพิมพ์ที่ต่อตรงจะหัวเรา
แล้วปริ้นออกมาเป็นเรื่องราวทั้งหมด
(จินตนาการของคนขี้เกียจ)
เขียนคราวนี้คงจะยาวหน่อยแล้วก็คงไม่ได้เขียน
วันเดียวเสร็จด้วย แต่อยากให้รู้ถึงความตั้งใจเอาไว้ก่อน
เพื่อความดูดี...
----------------------------------------------------
ชีวิตที่ผ่านมามีอะรเกิดขึ้นแยะเลยตั้งแต่เริ่มทำทีสีท เพิ่งเคยเครียดถึงขั้นนอนไม่หลับ
จิตตกอย่างรุนแรง กังวลและวิตกจริตมากที่สุดก็คราวนี้
นอกจากเรื่องอกหักแล้ว มีครั้งนี้ที่แย่พอๆกัน เหมือน..
ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย และก็เพิ่งรู้ว่า ตัวเองออ่นแอแค่ไหน
----------------------------------
หัวข้อที่ทำทีสีท กว่าจะคลอดออกมาอย่างชัดเจนเล่นเอาแทบบ้า
จะว่าไปต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนร่วมในการช่วยคิดและวิจารย์ด้วย
ลำพังตัวเราเอง คงจับจนคิดวนไปมาอยู่นั่นแหละ..แก้ไม่หาย
พอมีโจทก์ที่มั่นคงแล้ว ก็เข้าสู่ข้นตอนการทำงานอย่างจริงจังง
ไม่เคยตั้งใจและทำอะไรที่จริงจัวงเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย
แม้กระทั่งตอนสอบเอ็นเรายังไม่ตั้งใจขนาดนี้ ..(ถึงได้เอ็นไม่ติด)
ออจากบ้าน ไปถ่ายรูปทุกวัน และก็ไม่ได้สักว่าจะจ้องถ่ายๆๆ
แต่กว่าจะกดชัตเตอร์ลงไปแต่ละรูป ก็ต้องคำนึงถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อก่อน
มันทำให้เราทำงานแบบ มีความหมาย มีระบบการคิดมากขึ้น
มันเหนื่อยมากสำหรับเราเพราะ เราเป้ฯคนไม่มีระบบ แม้กระทั่ง ตอนเรียน
เราก็เผาๆบ้าง ทำแบบไม่ตั้งใจบ้าง งานที่ออกมา ก็ไม่เต็มที่สักเท่าไหร่
แต่คราวนี้ มันเหมือนจุดยิ่งใหญ่ในชีวิตจุดนึง เพราะถ้าเราพลาด
โลกมันไม่แตกหรอก แต่หัวใจเราสิ คงแตกละเอียด (กึ๋ย!)
เมื่องานผ่านแล้ว อะไรๆก็ดูดีขึ้นนะ โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ
บางครั้งเราก็กลับมาเห้นตัวเองว่า เรากดดันตัวเองมากเกินไป
เมื่อเริ่มทำความเข้าใจอะไรๆอย่างถ่องแท้และชัดเจนแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างก็ก็เป้นไปตามธรมชาติ และ สัญชาติญาณ
และผลที่ออกมา ก็เป็น ที่น่ายินดี กับตัวเอง ที่ในที่สุด ก็ผ่านมาได้
ด้วยตัวเอง...
เพื่อน
...คำๆนี้มีบทบาทและความหมายกับชีวิตเราอย่างมาก
เราเคยมีทั้งเพื่อนที่ ดีที่สุด และเพื่อนที่... อย่างได้เรียก
คนเหล่านั้นว่าเพื่อนเลย เอาเป็นว่าเหมือนคนรู้จักที่ทำที
เหมือนเป็นเพื่อนต่อหน้า แต่ลับหลังก็ลอบกัด นินทา คิดร้าย
คำเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อนในความคิดของเรา เป็นแค่คนที่หวังอะไร
สักอย่างจากการคบหากัยเราเท่านั้น ในชีวิตเราส่วนใหญ่ก็จะมี
แต่คนอย่างนี้แหละ จะหาเพื่อนที่เป็นเพื่อนจริงๆได้สักกี่คน
เอาถอะ...จะไม่ด่าใคร เพราะคราวนี้จะพูดแต่เรื่องดีๆ...ดีมะ!
ชีวิตมหาวิทยาลัยทำให้เราเข้าใความหมายของคำว่าเพื่อนมากขึ้น
อาจจะเพราะก่อนเข้ามหาลัยเรามีเพื่อนแท้จริงอยู่ไม่กี่คน
เมื่อเราได้เพื่อนกลุ่มใหม่ ที่ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญ หรือว่าใคร
ข้างบนนั้นกำหนดมาให้เราได้เจอกัน เข้าใจกัน รักกัน..
ในเวลที่สุข สนุกสนาน พวกเราก็ยิ่มไปด้วยกันเสมอ ในเวลาที่ใคร
คนหนึ่ง เจ็บมาจากที่ไหน ใครคนหนึ่ง ร้องไห้ เราก็ปลอบใจและ
ช่วยพยุงกันไปเสมอ...ยิ่งเวลที่ทุกทรมารจากความรัก เวลาที่กูอกหัก
ถูกผู้ชายระยำๆ (มิได้เหมารวม) หักหลัง เฉดหัวทิ้งมา ก็มีพวกมึงนี่แหละ
ที่คอยปลอบกู ทำให้กูหายเศร้า อย่างน้อย ก็ทำให้รู้สึกว่า กูไม่ได้อยู่คนเดียว
ขอเล่า(เหล้า!).. เมือตอนกูอกหักจากเจ้าของร้านอังคารคลับ
ขอบอกว่ากูเสียใจมาก ไม่ใช่แค่เพราะเค๊าไม่รักกู แต่กูเสียใจที่กูรักคนแบบผิดๆ
กูเลือกที่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะคิดว่า การให้จะเข้าไปอยู่ในหัวใจคนบางคนได้
แต่ครั้งนั้กูคิดผิด การรักด้วยความดี การรักด้วยการให้อย่างทุ่มเทแบบโง่ๆ มันไม่
สามารถเปลี่ยนแปลงคนบางคนได้จริงๆ.. ความทุกข์ในครั้งนั้น สาหัสมหาศาลมาก
เป็ฯครั้งหนึ่งที่กูมีความคิดควายๆอย่างเช่น อยู่ไปทำไมวะ? ถ้าต้องทุกข์ทรมาร
อย่างไม่สิ้นสุดแบบนี้ แต่ ก็มีพวกมึง ที่คอยให้สติกูเสมอ จำได้มั้ยวันนั้นที่กูประกาศ
อย่างเป็นทางการว่ากูโดนทิ้ง พวกมึงชวนกูไปกินเบียร์ร้านแรก หอแกรนด์ ใจจริง
กูอยากกลับบ้านไปนอนกลืนน้ำตามากกว่า แต่..อยู่หลายคน ดีกว่าอยู่คนเดียว
วันนั้นเราหมดเบียร์ไป3ลังได้ พวกมึงเมากันหมด (แต่กูไม่เมาว่ะ) พวกมึงอาจจะจำ
ไม่ได้และไม่ได้คิดไร แต่กูขอบอกว่า กูประทับใจเมื่อกูมองเห็นพวกมึงเมาหลับไม่รู้เรื่อง
ทั้งๆที่งานเราเยอะมาก และควรกลับบ้านไปทำงานมากกว่า แต่พวกมึงก็ยังอยู่เป็นเพือนกู
พยายามทำให้กูหายเศร้า...(แต่เสือกเมาเอง) ขอบใจมากเพื่อน...
อีกหลายๆครั้ง ที่เรามีเวลาแห่งความสุขด้วยกัน กูอยากจดจำทุกบรรยากาศเอาไว้ แล้วรีไวน์กลับไป
ใหม่ สัมผัสความรุ้สึกตอนนั้นด้วยกันใหม่...
...นอนมองดาวด้วยกัน(กับยุงคอมมานโด)ที่เสม็ด อ่าวลุงดำ ..น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นอ่าวศิลปกำ(และอีกหลายๆเหตุการเกิดขึ้นที่นี่ รักว่ะ)
...ล่องแพที่กาญจน์ ที่กูขาตกร่องในขณะที่พวกมึงเล่นไพ่กันไม่สนใจกูเลย..และเหตุการณ์ สรวิทย์
...Survay of Art ภาคเหนือ เมาแม่งทุกวัน ไม่มีวันไหนที่มองศิลปะได้อย่างเต็มตา..มันโครต
...ทุกๆที่ ที่เราแม่งไปกินเหล้ากัน ทั้งในพื้นที่ (หอ)และนอกพ้นที่ ตามร้านต่างๆที่ได้กิแม่งไปปล่อยของ
...เกาะช้าง ..กูเกือบตาย แต่เป็ฯอะไรที่ เจ๋งว่ะไปอีกนะ
มันเหมือนทุกอย่างผ่านไปเร็วมากๆ 5ปีที่เรารู้จักกัน มันทำให้ชีวิตกูเปลี่ยนไป กูมีความสุข
ยิ่งช่วงที่เราทำทีสีท เราเครียดมากๆ แทบจะบ้า...แต่ก็ได้เพื่อนๆที่คอยปลอบใจเรา ช่วยเหลือเรา
มันทำให้เราเข้าใจแล้วว่าชีวิตนี้ ขอแค่มี ครอบครัวที่ดี งานที่ดี และ เพื่อนที่ดี จริงใจต่อกัน มันก็
perfect เราไม่จำเป้นต้องร่ำรวยหรือหาความสุขจากทางไหนอีก
..ขอบใจจริงๆ ที่อยู่ข้างๆกันเสมอเพื่อนๆ ศิลกำรุน14 เซค2 พวกมึงคือบุคคลมีค่าในชีวิตกู ไม่ว่า
กูจะไปอยู่ที่ไหน มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมิตรภาพระหว่าเราได้นะ สัญญา........(ซึ่งว่ะ)
มิตรภาพBrand new (ใหม่)
...ง่วงแล้วว่ะ ตี3ละ ลืมไปว่าเมาอยู่ ไว้มาต่อละกัน คร่อออกกzzZZ
June 29 ..คืนสุดท้าย..เพียงได้พบเธอในคืนวันนั้น
เตรียมใจไว้ไม่ทันได้แต่รู้ชั้นนั้นชอบเธอ
ได้ยินเสียงของหัวใจมันร่ำร้องว่าอยากพบเธอ..จนในคืนนี้ทนไม่ไหว ต้องไปพบเธอให้ได้
....
ไม่เข้าใจ ว่ามีอะไรดลใจสิ่งสู่
เวทย์มนต์หรือไรสะกิตใจไว้เพียงแค่เธอ
ปฎิเสธคนใดใด แม้ใครจะงานเลิศเลอไม่เทียมเท่าเธอในสายตา..
ปาฎิหารย์ ... ราตรีแห่งกาลนี้รึเปล่า
ที่ส่งให้เขา ได้เข้ามาทำให้หัวใจ รุ่มร้อนขึ้นทุกที
จน คนคนนี้ไม่อาจ จะทนต่อไปไหว
คืนนี้..แค่ต้องการเพียงได้พบและบอกความในของใจ
จะเก็บคงไม่ไหว..และคืนนี้ หากต้องเป้นคืนสุดท้ายที่เราได้พบกัน
หากเป็นอย่างนั้นชั้นขอมีเธอ...ได้ใหม..
ลบ..ลบเธอจากใจไม่ได้
ฝัง จดจำคืนนั้นยังคงฝังใจ
แล้ว ชั้นควรจะทำเช่นไร...เมื่อไม่รู้เมื่อไหร่ จะได้พบเธออีกครั้ง
ปาฎิหารย์..ราตรีแห่งกาลนี้รึเปล่า
ที่ส่งให้เขา..ให้เข้ามา ปลิด ลมหายใจ ให้เต้นช้าลงทุกที
จนคน คนนี้ไม่อาจจะทนต่อไปไหว
คืนนี้..แค่ต้องการเพียงได้พบและบอกความในของใจ
จะเก็บคงไม่ไหว..และคืนนี้ หากต้องเป้นคืนสุดท้ายที่เราได้พบกัน
หากเป็นอย่างนั้นชั้นขอมีเธอ...ในหัวใจ..
.........
..ความรัก มักจะแทรกซึมเข้ามาในตัวเราอย่างไม่ทันรู้ตัวเสมอเลยนะ... June 21 .......เหมือนลมหนาวพัดผ่าน...เหมือนสายฝนกระหน่ำ
พัดน้ำตามาสู่ใจฉัน...ดวงตาพร่ามัวมองไม่เห็ฯใคร
ที่ ที่เธอเคยอยู่...ตรงนั้น
เธอเคยเป็นเหมือนแสงสว่าง นำทางแก่ใจฉัน
..แต่วันนี้ ไม่มีอีกแล้ว..
เธอเคยบอกว่ารัก รักฉันอยู่เสมอ
แต่ตอนนี้กลับไม่มีเธอ...ไม่เหลือใคร
หากบอกว่ารักกัน แต่ทำไมฉัน ไม่รู้สึกถึงใจเธอ
แววตาที่เคยอบอุ่น วันนี้มันช่างว่างเปล่า
มือที่เคยสัมผัส วันนี้มันช่างเยือกเย็น
ได้โปรดกอดฉัน....เหมือนวันนั้นที่เธอเคยกอด
ได้โปรดมองตากัน....เพื่อยืนยันคำว่ารัก
ไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตา...ไม่อยากทำเป็ฯสำออย
แต่มันห้ามไม่ได้แล้ว ใจมันช้ำจนเกินทน
หากไม่รักฉันแล้ว ก็บอกมา อน่าทรมานกันด้วยการเย็นชาอย่างนี้
...ฉันขอตายเพราะเธอไม่รัก......ดีกว่าอยู่กับความรัก...ที่มันตายแล้วว...
....... May 21 I'm JUst "ME"ในชีวิตของผู้หญิงคนนึง ที่เกิดมาจากครอยครัวที่แปลกๆ ไม่ครบสมบูรณ์อย่างใครๆเขา
ถูกหล้อหลอมมาด้วยสิ่งที่ใครๆเรียกว่า เด็ก บ้านแตก ...แต่ชั้นก็เป็นชั้น ทุกวันนี้ที่ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก
คนแบบชั้น คนที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
ทั้งหัวดื้อ ขี้โมโห ขี้รำคาญ ปากร้าย ก้าวร้าว ไม่เคยยอมลงให้ใคร ไม่ชอบให้ใครมาดูถูก ใจร้อน อ่อนแอ แต่แกล้วทำเป็นว่า แข็งแรงซะเต็มประดา สารพัดข้อเสียชั้นมีทั้งนั้น
แต่..แม้แต่คนเลวที่สุด ก็ย่อมมี รัก
แต่สำหรับผู้หญิงแบบชั้น คนแบบชั้น ความรักดีๆมันช่างหายาก ไม่ได้โทษชะตาฟ้าดิน หรือ โทษอะไรใดใดทั้งสิ้น
แต่โทษตัวเอง ที่เป็นแบบนี้ ตัวชั้นเอง .... เคยมีใครคนนึง ที่หวังดี เคยเตือนชั้น ให้ทำตัวเองให้ดูดี น่ารัก ในแบบ
ของ ผู้หญิง ที่ดี น่าถนุถนอมดูแล "ใครเขาจะชอบผู้หญิงอย่างแกวะ!! ดูดบุหรี่ กินเหล้า ทำตัวสุดๆแบบนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนเขาชอบหรอกนะ หัดทำตัวดีๆ เลิกซะไอ้ที่ทำอยู่ แล้วแกก็จะมีคนดีๆเข้ามาเองแหละ "...ชั้นไม่ได้ตอบอะไรหรอกนะ
เพราะรู้ว่ามันคือความหวังดี แต่ตอนนั้น ถึงไม่ได้พูดออกไป แต่ในใจมันคิด "ช่างแม่งง ถ้าคนจะรักกูเพราะกูเสแสร้ง สร้างภาพว่ากูสวย กูแสนดี กูเรียบร้อยให้นั่งบั้นหน้า บั้นท่าทั้งวี่ทั้งวัน กูขอเจ็บแบบนี้ดีกว่า "..มันจะมีประโยชน์อะไร ที่ทำให้คนอื่นรักในตัวเรา ที่ไม่ใช่ตัวเรา ..ใช่..สิ่งที่ชั้นเป้นอยู่ มันไม่ได้ดีอะไร แต่มันคือตัวชั้น สิ่งที่ชั้นเป็นมันอาจจะเป้นได้แค่ ดอกไม้ริมทาง เป็นของเล่น หรือเป็นของน่ารังเกียจในสายตาผู้ชายก็ไม่เป็นไร แต่ในสายตาตัวชั้นเอง มันคือคนที่จริงใจที่สุด ..
เคยคิดถึงคำพูดของเพื่อนวันนั้นเหมือนกัน ชั้นอยากเป้นมั้ย ผู้หญิงที่น่ารักแบบนั้น อืม.. มันคงจะดีนะ ที่เป็นสาวน้อยน่ารัก
ดูสดใส แสนดี และบริสุทธิ ในสายตาใครๆ ... ใครๆก็ชอบ ใครๆก็หลงไหลและอยากอยู่ไกล้ๆ อยากดูแล take care ตลอดเวลา ถึงแม้ในใจจะซ่อนสิ่งที่ร้ายกาจและน่ากลัวไว้มากมาย แต่ภายนอกเป็นสิ่งตัดสินตัวเราในสายตาใครๆ
นั้นเป้นของตาย ... คำตอบคือ มันก็ดีอ่ะ แต่ ไม่อยากเป้นว่ะ
ถึงแม้ตัวชั้น มันอาจจะไม่ได้มีอะไรที่คนอื่นชอบ ไม่มีเสน่ห์ดึงดูด ไม่มีความน่ารัก ไม่มียิ้มหวานๆ ตาใสๆ ที่น่ารักแบบนั้น
ไม่มีคนมาชื่นชมและเป็นห่วงเป้นใย อยากดูแลและปกป้อง...มันก็คงไม่เป้นไรหรอกมั้ง ถ้าจะอยู่อย่างนี้ สุขบ้าง เจ็บบ้าง ใครมันจะมาชื่นชมผู้หญิงที่ไม่ออ่นหวาน ไม่แสนดีอย่างเรา บางคนก็เหมือนจะรับได้ แต่ในที่สุด ก็หนี้ความจริงไม่พ้นว่า เขาต้องการแม่บ้านและหญิงสาวที่เหมาะจะเป็ฯแม่ของลูกมากกว่านี้ ..ชั้นก็เป้นแม่ของลูกได้นะ แต่ในแบบของชั้น...
เห็นมั้ยล่ะ ! ว่าชั้นเป้นคนแบบนี้ ทั้งดื้อและมองโลกร้ายๆ
คนแบบชั้น ก็คงได้แค่มีความรักที่ลงท้ายด้วยความเจ็บปวด ... November 08 Me and the Sea* vol.4ช่วงกลางวันของฉันกับทะเล มันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นนักหรอก ถ้าเป็นรายการเรียลลิตี้ ที่มีกล้องจับพฤติกรรมตลอดเวลา ก็คงจะมีภาพซ้ำๆเดิมๆ คือ ไม่นอนบนเก้าอี้ชายหาด อ่านหนังสือ สับหงก ก็นั่งกินกาแฟและขีดๆเขียนๆอยู่ที่ร้านอาหารริมทะเลของบังกะโลนั่น พอเย็นๆ ก็ลอยคออยู่ในน้ำ มีภาพเพียงแค่นี้จริงๆ...
ช่วงน่าตื่นเต้นและมีสีสันมากที่สุด ก็ต้องเป็นช่วงกลางคืน สัก5ทุ่มไปแล้วนั่นแหละ เพราะมีกิจกรรมสำคัญกันนั่นเอง
หลายคนที่เข้ามาอ่านคงคิดว่า ไอ้พวกนี้ทำอะไรกันบ้างนอกจากกินเหล้า แล้วยิ่งคนเขียนเป็นผู้หญิง คงจะคิดแน่ๆว่า ผู้หญิงอะไร๊ กินเหล้า ทำตัวไม่เรียบร้อย ไม่เหมาะสม ไม่น่ารัก น่าถนุถนอม อ่อนโยน สมเป็นหญิงไทยสมัยใหม่ที่มีคุณภาพ...........ขอยอมรับทุกข้อกล่าวหาค่ะ(T____T)
ไม่ใช่ว่าการเป็นคนที่ดี ทำตัวเหมาะสมเป็นเรื่องไม่ดี หรือต่อต้านอะไรหรอกนะ แต่ชีวิตคนก็มีทางเดินที่เราเลือกเอง ไม่ได้ไปทำอะไรเลวร้าย เป็นภัยต่อสังคม เช่น ติดยา ขายตัว บ่อนทำลายสังคมในด้านต่างๆ เราแค่ใช้ชีวิตอย่างที่เราชอบ อย่างที่เราสบายใจ เราเชื่อว่า คนเราไม่ได้วัดที่เสื้อผ้า ทรงผม รอยสัก การสูบบุหรี่ กินเหล้า หรือการออกเที่ยวการคืนเพื่อสังสรรค์บ้างตามโอกาศและวัย เราอาจจะคิดแบบ หัวแข็งและออกจะเห็นแก่ตัวนิดหน่อยว่า เรารู้ตัวว่าเราทำอะไรอยู่ เรารู้ดีชั่ว ใครจะมองอย่างไรเป็นสิทธิของคนเหล่านั้น คนมองเราดี อยากเป็นมิตรกัน เข้าใจกัน ก็ยินดีเสมอ คนมองแล้วไม่ชอบ ไม่เห็นด้วย ไม่เป็นมิตรก็ยินดีเสมอเช่นกัน อย่างกลุ่มเพื่อนที่คบกันอยู่ทุกวันนี้ เราเข้าใจกันดี และร้ว่าใครเป็ฯยังงัยโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก....
กิจกรรมในวงสุรา ส่วนมากจะเป็นการร้องเพลงเล่นกีตาร์กันอย่างสนุกสนานและการคุนันในเรื่องต่างๆ หากเป็นหนังสั้นสักเรื่อง คงจะมีตัวละครหลักๆอยู่7-8คน เท่ากับเพื่อนที่ร่วมทางในครั้งนี้
คนแรก วิทย์ หรือ ไอ้ตดเหม็นที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ โชว วิทย์เป็นคนอารมณ์ดี และมีความสามารถหลายอย่างมาก หน้าตาตี๋ๆของวิทย์ดูดีๆก็น่ารักและคงถูกใจสาวๆหลายคนอยู่เหมือนกัน วิทย์เล่นกีตาร์เก่งมาก เล่นได้ทุกเพลง แนวเพลงที่เขาชอบจะเป็น แจ๊ซ ดูๆไปวิทย์เป็นคนโรแมนติกทีเดียว ตอนแรก เราไม่สนิทกับเขาเท่าไหร่เพราะเรียนคนละห้อง แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้มันย้ายห้องมา จึงเป็นโอกาศดีที่ทำให้เราได้สนิทกันมากขึ้น วิทย์สร้างเสียหัวเราะให้เพื่อนๆเสมอ มีเรื่องมาเล่าเยอะมาก อยู่ด้วยแล้วไม่เหงาดี นั่นคงเป็นเสน่ห์ของเขา..
ถัดมา คือเอก เอกเป็นคนที่ดูภายนอกแล้วนิ่งๆ ดูเป็นผู้ใหญ่และมีความคิดมาก เขาเป็นคนที่มีมุมมองที่น่าสนใจต่างจากคนอื่นในหลายๆเรื่อง ท่าแมลงสาบของเอกเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นทีไรก็ขำ ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ที่ความนิ่งและดวงตา สาวๆที่ได้ไกล้ชิดเขาคงจะไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า เขามีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดเราได้จริงๆ...
ถัดมาอีก เพื่อนต้น ต้น หรือ บาส เป็นคนอ่อนไหว คิดมาก แต่คุณสมบัตินี้เองที่ทำให้เขากลายเป็นArt Directorในบริษัทชื่อดังบริษัทหนึ่งไปแล้วตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ต้นเป็นเจ้าแห่งเพลงเพื่อชีวิตชนิดแฟนนพันธ์แท้ได้เลยและยังเป็นคนน่ารักอารมณ์ดี ถึงแม้ภายนอกดูไม่มั่นใจในตัวเอง แต่หากมองให้ดี เขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและมั่นใจเต็มร้อยเลยทีเดียว กับเพื่อนๆ เขาเป็นตัวฮาประจำห้องพอๆกับวิทย์ ไปกินเหล้าครั้งไหนไม่มีต้น งานนั้นกร่อย..
คนต่อไป วศิน หรือ เม้ง เม้งเป็นคนแม่สาย ปรกติดเวลาเม้งไม่เมาจะเป็นคุณวศิน ที่เป็นผู้ใหญ่ นิ่งไม่ค่อยพูด ยิ้มอย่างเดียว แต่พอเมา คุณวศินจะกลายเป็นไอ้เม้งมือปลาหมึก และกลายเป็นคนเฮฮาไปเหมือนคนละคน เม้งเป็นคนมีน้ำใจ บ้านเราอยุ่ไกล้ๆกัน ตอนที่ยังไม่มีรถ เม้งมาส่งที่บ้านเสมอ ทั้งๆที่บ้านเราก็ทั้งลึกและไกลจากบ้านมันเหมือนกัน มีคนบอกว่าหมุ่มเมืองเหนือน่ารักและจริงใจ จากการคบเพื่อนคนนี้ ขอยืนยันอีกคนว่า เรื่องจริง..
คนสุดท้ายที่จะขอพูดถึงคือ ต่อ ..ต่อเป็นรุ่นที่พี่ซิ่วมาอยู่รุ่นเรา ตอนแรกเราไม่สนิทกันเลย แทบจะไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ แต่พอมาหลังๆ เริ่มสนิมมากขึ้น ก็พบว่า ต่อเป็นคนสุภาพ เวลาพูด เขาจะพูดกับเราเพราะมาก มีครับทุกคำ จนเราต้องบอกว่าไม่ต้องพูดครับหรอกมันดูไม่กันเอง ต่อเป้ฯคนเทคแคร์ผู้หญิงดีมากรู้สึกว่าเป็ฯสุภาพบุรุษดี ต่อพ่นgraphictyเก่งด้วย เป็นคนที่มีสไตล์เป็นขอตัวเองชัดเจนดี..
เพื่อนที่มาด้วยกันถึงมาจะมาจากต่างที่ต่างถิ่น แต่ก็โคจรมาพบกัน เป็นเพื่อนกัน เข้าใจกัน นั่นเป็นมิตรภาพที่มีค่ามากที่สุด ช่วงเวลานี้เราอยู่ร่วมกัน มันทั้งสนุก สดใส และมีแต่ความจริงใจ เวลาแบบนี้ คงจะอยู่ในใจเราตลอดไปจนแก่เถ้าไปเลยทีเดียว อีกไม่นานทุกคนก็อาจจะต้องแยกย้ายกันไปตามทางเดินของตน แต่เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าเราจะนึกถึงกันเสมอ และเมื่อมีโกศมาพบเจอกันอีกครั้ง คงจะมีเรื่องเผากัน ให้หัวเราะจนหายใจไม่ออกกันไปเลยแน่ๆเชียว!!
ps. สำหรับบุคคลที่เอ่ยนามไป กูโฆษณาให้แล้ว อย่าลืมเอามาจ่ายกูกันคนละ20ด้วย
November 02 Me and the sea..vol3."แนนๆ....ทาครีมกันแดดรึยังจ๊ะ หน้าแดงเชียว รีบไปทาก่อนมั้ยเดี่ยวผิวเสียแย่.." เสียงกุ้ง แฟนสาวสวยของเพื่อนร่วมทริปคนนึง แทรกเข้าไปในภวังค์ครึ่งหลับครึ่งตื่น ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมา พบตัวเองนอนตากแดดตัวร้อนฉ่าเหมือนเนื้อแดดเดียวอยู่กลางหาดทราย ต้นไม้ที่เป็นหลักยึดเปลเรือไม่ได้ช่วยให้ร่มเงาเลย คงเป็นเพราะตะวันตรงหัวเกือบๆบ่ายอย่างนี้ แดดแรงพอจะฆ่าเชื้อโรคได้เลย ไม่เหมือนกับตอนก่อนที่จะเคลิ้มหลับไป สักเก้าโมง แสงอุ่นๆพอประมาณ กับลมโชยพัด ทำให้หลับสบาย..
การได้นอนปล่อยอารมณือยู่บนชายหาด เป็ฯความสุขสุดๆอย่างหนึ่งในชีวิตเรา เหมือนเป็นสิ่งโปรดปรานที่คิดถึงเสมอเมื่อเวลารู้สึกอึดอัดกับเมืองใหญ่บ้าคลั่งนี้..และการที่มีหนังสือดีๆสักเล่มติดตัวไปด้วย นอนอ่านด้วยความสบายใจและปล่อยจินตนาการไปตาตัวอักษรมากมายที่รายเรียงตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกนะ..ลองคิดดูสิ
หนังสือที่เอาติดตัวมาด้วยในครั้งนี้คือ ฝนตกตลอดเวลา ของ ปราบดา หยุ่น เป็น นวนิยาย เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ตื่นขึ้นมาในห้องของโรงแรมที่เขาพบว่าชื่อ สมานภพโฮเทล เขาไม่มีความทรงจำ ไม่รุ้ว่าตัวเองคือใคร ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร เขาตื่นขึ้นในห้งอเดิม ทุกๆวัน ฝนตกทุกๆวัน แต่สิ่งที่เขาพบเจอจะนำพาเขาไปสู่ ความเข้าใจ..ลองอ่านดูแล้วถึงตอนจบก็ชอบมาก นึกชื่นชม ปราบดา หยุ่น ว่าเขียนออกมาได้ดี จนนึกอยากลองอ่านเรื่องก่อนๆที่เขาเขียน เมื่อก่อน ไม่ได้สนใจคนคนนี้เท่าไหร่ รวมทั้งหนังสือเขาด้วย แค่รู้ว่าเขาเก่งเพาะมัคนพูดถึงเยอะ แต่ตอนนี้ได้สัมผัสเอง ถึงบแม้จะแค่ผ่านงานเขียนของเขา ก็เข้าใจว่าทำไมคนถึงยกย่องว่าเขามีแนวคิดและจินตนาการไม่เหมือนใคร..
วันทั้งวันของการมาทะเลครั้งนี้เน้นไปที่การนอนและสูดหายใจ นอกเหนือจากนั้นก็คือการกิน ดื่ม และเล่นน้ำ ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าชาวบ้านเขานัก แต่สิ่งที่ได้มากที่สุดคืออิสระและความสบายใจ
หลังเล่นน้ำ ตอนหกโมง อาบน้ำล้างหน้า เดินมาที่กระจก ตรงโหนกแก้มเป็ฯรอยแดงๆใหม้ๆสองข้าง
คิดในใจว่า ไม่น่าเผลอหลับไปเลย ยิ่งดำง่ายขาวยากอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอ่ะไรมาก มาทะเลก็ต้องดำ เรื่องปรกติ สิ่งที่กลัว กลัวแสบมากกว่า..
เย็นแล้วเตรียมตัวจะเดินไปเที่ยวที่อ่าววงเดือน ไปหาอะไรใหม่ๆกินกัน แล้วคงไม่ซื้ออาหารหลักกลับมาด้วยแน่ๆ คงไม่ต้องบอกใบ้ว่าคืออะไร หวังว่าคืนนี้คงไม่มีเบียร์อุ่นอีกนะ..ความตั้งใจคืนนี้คือ พรุ่งนี้จะตื่นเช้ามาถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นให้จงได้ ..คอยดูนะ! October 22 last words..คำจาก พระคำภีร์ ตอนหนึ่ง พูดถึงความรักดังว่า..
"ความรักนั้นก็อดทนและกระทำให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง
ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตนฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติชอบ
ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนที่ดีของเขาเสมอ
และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกสิ่งทุกอย่าง...
(1 โครินธ์ 13:1-7)
อยากบอกว่าไม่ได้เป็น คริสต์เตียน แต่มีคนที่รักมากๆคนนึงเป็นคริสต์เตียนที่ดี ให้เรามา
ตีสามพอดี..
เพิ่งจัดกระเป๋าเสร็จเมื่อกี้ พรุ่งนี้จะหนีไปเสม็ดสักอาทิตย์ ไปให้เวลากับตัวเอง
เพื่อที่จะคิดและทบทวนเรื่องต่างๆ ก่อนที่จะกลับมาสะสางปัญหาทั้งหมด และเริ่มเดินหน้าต่อไป
บางครั้ง สมองกับจิตใจก็หลอมรวมกันเป็นก้อนประหลาดก้อนเดียว
เพราะเมื่อเวลาใจไม่ปรกติ สมองก็ไม่ทำงานด้วย การไปพักผ่อนอาจจะเป็นการพักเครื่องไปในตัว
สำหรับวันนี้ คงไม่มีอะไรที่ต้องกังวลมากนัก ที่เหลือเดี๋ยวค่อยกลับมาคิดต่อก็แล้วกัน
สหรับเพื่อนๆที่อ่านอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วง เดี่ยวก้อกลับแล้ว ขอสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรบ้าๆบ้อให้คนอื่นเดือดร้อน หุหุ
สำหรับคนที่เราคิดถึง คงไม่มีคำพูออะไร เพราะสิ่งที่อยากจะบอก มันรวมอยู่ในความคิดถึงที่เราส่งไปเรียบร้อยแล้ว (^^)
ลาก่อนสำหรับวันนี้
รักนะ บ๊ายบายยยย................
October 03 ดีไม่พอเธอก็อยู่ตรงนี้ เหมือนเงา
แต่ชั้นก็ยังคงเหงา ไม่รู้ทำไม
ก็ทำไมจึงยังอ้างว้าง เหมือนเธอไม่เคยมีใจ
และไม่เคยจะมองชั้นเลยหรือไร...
ชั้นก็อยู่ตรงนี้ เหมือนเคย..
แต่เธอก็ยังคงเฉย เธอคิดอะไร.
ก็อะไรที่เธอค้นหา ทุกวันเธอมองผ่านชั้นไป
คิดถึงใครอยู่ หรือว่าเธอหาใคร..
มีแต่ความผูกพันธ์ เลื่อนลอย..
และชั้นต้องทน ต้องคอย จนถึงเมื่อไหร่
ก็ในใจที่เธอให้ชั้น ชั้นเป็นแค่คนอยู่ข้างกาย
แล้วที่เธออยู่เพราะต้องการอะไร..
อยากจะขอถามสักหน่อย..สิ่งที่เธอหวัง ในใจ
หากเธอต้องการคนอื่น แล้วมาคบกันทำไม
อยากจะขอถามสักหน่อย หากว่ายังมี น้ำใจ
วันนั้นที่เธอบอกกัน บอกว่า รัก ชั้นยังจริงอยู่บางไหม
อยากรู้ว่าใจเธอนั้น ยังจะรักยังมีชั้นอยู่ บ้างไหม..
*ขอโทษที่เป็นแบบนี้ ขอโทษที่คิดจะทำอะไร ก็ไม่เคยดีในสายตาของเธอ
ขอโทษที่เป้นคนไม่อ่อนหวาน ไม่เป็นอย่างที่เธอคิดเอาไว้
แต่ชั้นก็เป็นได้เพียงแค่นี้ เป็นคนไม่ดีเป็นคนไม่น่ารัก และเป็นคนที่เธอคิดว่าไม่เคยเข้าใจอะไรเลย
ชั้นคงเป็นอย่างนั้นในสายตาเธอ แต่ชันก็เป็นได้แค่นี้จริงๆ เป็นคนที่ยังรักเธอ...* Good Morning My Life..นานๆที จะได้มีโอกาศตื่นเช้าแบบนี้สักที ไม่ได้ตื่นเช้าแบบนี้มานานมากๆๆๆแล้ว จะมีก็แต่นอนเช้ามากกว่า
เหตุเพราะวันนี้ต้องรีบออกมาที่หอ เพื่อมาจัดการเรื่องเอกสาร ทีสีท เพราะใกล้ถึงกำหนดส่งเต็มทีแล้ว
ไอ้เราก็มัวแต่เรื่อยเปื่อยไปมา กลัวว่าจะไม่ทัน..
การได้ตื่นเช้าทำให้เรารู้สึกว่ามีเวลาทำอะไรต่ออะไรมากขึ้นกว่าทุกวัน (เพราะปรกติตื่นเที่ยง)
ได้มีเวลาคิดถึงเรื่องต่างๆ และวางแผนการทำงานต่างๆด้วย ความรู้สึกอย่างนี้มันแปลกๆนิดๆเพราะที่ผ่านมาตลอดสี่ปีที่เรียนอยู่ในคณะศิลปกรรมนี้ งานและการบ้านจะเยอะมาก เราแทบไม่มีเวลาที่จะคิดไตรตรองกับมันให้นานและดีได้อย่างที่ต้องการสักเท่าไหร่ เพราะเวลาที่เร่งรัด มีassigmentทุกอาทิตและทุกวิชา จะต้องรีบแบ่งเวลาทำและเวลาคิดให้ดี เป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่ได้นอนติดๆกันหลายวัน แต่มัน็เป็นชีวิตที่สนุกและสุดๆดี คิดว่าการทำงานจริงๆคงต้องรับผิดชอบและเหนื่อยกว่านี้แน่ๆ ตอนเรียนก็เหมือนกับเป้นการซ้อมความลำบากเอาไว้ก่อน แต่ตอนเรียนจะสนุกตรงที่มีเพื่อและได้ทำงานออกแบบอย่างที่เราต้องการจริงๆ และได้เรียนรู้วิชาใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา อีกอย่างที่ชอบมากคือ สถานะการเป็นนักศึกษา จะสามารถทำอะไรได้เยอะมาก อย่างเช่น เราต้องการข้อมูลการออกแบบขององค์กรไหน เราก็เข้าไปขอเขาดูเอาดื้อๆ อย่างมากก็ขอจดหมายทางคณะซึ่งถ้าเพื่อการศึกษาจะได้ง่ายมาก หรือเวลาที่มีงานประกวดอะไรส่วนมากจะเป็นงานของนักศึกษามากกว่าบุคคลทั่วไป เวลาใส่ชุดนักศึกษาไปที่ไนคนเขาก็เอ็นดูว่าเรานี่หล่ะบัณฑิตในอนาคต อิอิ ที่พูดๆนี่ไม่ใช่อะไร ไม่ค่อยอยากจะหมดสภาพนักศึกษาสักเท่าไหร่เล๊ยย อิอิ
นั่นแหละค่ะ ชีวิตมหาลัยที่ไกล้จะจบลงเต็มทีแล้ว จะว่าไปเทอมหน้าก็ไม่ต้องเรียนแล้ว ทำแต่ทีสีทอย่างเดียว คงจะคิดถึงการมาเข้าห้องเรียนแต่เช้า ที่เช็คชื่อเสร็จเมือ่ไหร่ ชลิตา หลับตาพริ้มทันที
หรือการวิ่งมาเรียนให้ทัน ตับแทบวายทุกวัน หรือการทำงานหามรุ่งหามค่ำ เดินเป็นหมีไร้วิญญาณมาเรียน บรรยากาศแบบนี้คงไม่มีอีกแล้วล่ะค่ะ มันยิ่งกว่าจบมัธยมอีกอ่ะ เพราะจบมัธยมก็ยังมาความสนุกรอเราอยู่ แต่ถ้าเรียนจบไป ถึงจะตื่นเต้นกับการได้ทำงานจริงๆ แต่มันรู้สึกใจหายเพราะเราไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว เรากลายเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบเต็มตัว คงไมมีการไปไหนมาไหน นั่งกินข้าวกันเป็นกลุ่มใหญ่ อีกแล้ว ยิ่งตอนเรียนเวลาเดินไปไหนคนก็จะรู้ว่าไอ้พวกเถื่อนมาอีกแล้วเพราะมันใส่ชุดนอกเดินมานังไม่สนใจใคร แถมแซวสาวกระจุย นี่ถ้าเราเป็นผู้หญิงคนอื่นเรียนคณะอื่น เราต้องเกลียดพวกมันแน่ๆเลย ฮ่าๆๆ แต่ก็น่าสงสัยว่าพวกมันก็ดัง มีคนมาสนใจเยอะเหมือนกัน..
จะสิบโมงแล้วใช้เวลานั่งเขียน บล็อกอันนี้ไม่นานมากแต่ก็คิดนานเหมือนกัน หมดกาแฟไปหนึ่งแก้ว มาม่าคัพหมูสับไปหนึ่ง อิอิ อิ่มพอดีค่ะ สงสัยต้องเริ่มทำงานได้แล้วมั้ง เดี๋ยวอากาศจะร้อนหมดอารมณ์ทำงานไปซะงั้น อิอิ ยังงัยก็ขอให้เช้าของคุณวันนี้ มีความสุขและงานไม่ยุ่งนะ (คงไม่ยุ่งล่ะม๊างงมีเวลามาอ่านบล็อกชาวบ้าน อิอิ...ล้อเล่นน้า) ขอให้สนุกค่ะ
รักนะ อิอิ |
|
|