| *Acidrain* ฝนตก...'s profileAcidrain..ฝนตกตลอดเวลาPhotosBlogLists | Help |
|
January 16 ฝัน..แสงอ่อนๆของวันใหม่เริ่มฉายที่จุดตัดของน้ำกับฟ้า เกิดการหักเหของแสงส่งสีประหลาดเข้าที่รูม่านตา ลมอุ่นๆเลียผิวแก้มเหมือนเป็นการชวนให้ตื่นมาทักทายกัน กลิ่นเค็มๆที่คุ้นเคย เวลานี้ช่างแสนวิเศษ...ใจนึงก้อยากจะนอนซุกผ้าห่มใช้เวลาในห้วงคำนึงมากขึ้นอีกหน่อย แต่ก็อดเสียดายภาพสวยงามในยามเช้าของทะเลไม่ได้..ทำให้ต้องลุกขึ้นมาในที่สุด อากาศยามเช้ายังไม่ร้อนนัก แค่พออุ่นๆ ฉันลุกจากเตียงไปนั่งที่เก้าอี้ชายหาดหน้าบ้านบนหาดทรายพร้อมกัน ขวดน้ำและบุหรี่1ตัว คาบไว้ที่ปาก ..จุดไฟแล้วสูบควันเข้าไปพอให้รู้สึกดี....เช้านี้ก็สวยงามเหมือนเคย ..หลังจากล้างหน้าล้างตาแปรงฟันแล้ว ฉันก็ตรงรี่ไปที่ร้านอาหารริมทะเลที่ติดกับบ้านพัก เวลานี้ไม่มีอะไรดีไปกว่า กาแฟร้อนๆหอมๆ กับบุหรี่อีกสักตัว Postcard ที่เตรียมเอาไว้ คิดว่าจะเขียนหาใครๆกองอยู่ตรงหน้า..กาแฟหมดไปครึ่งแก้วแล้ว ฉันยังคงทอดอารมณ์อยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม มองออกไป.. ..ชีวิตของเราต้องการอะไรหนอ ความสุขของมนุษย์คือที่ตรงไหนหนอ ความฟุ้งซ่านเดิมๆกลับเข้ามาในความคิด ฉันมักฟุ้งซ่านเรื่องที่ไม่มีคำตอบเสมอ บางทีก็ใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับมันนานสองนาน ทั้งๆที่สุดท้าย เราก็บอกตัวเองว่า อย่าไปคิดมาก แค่ปล่อยมันไป ฉันแค่อยากใช้เวลาในชีวิตให้มีความสุขในแบบที่ฉันต้องการ ได้ท่องเที่ยวเหนสิ่งสวยงาม ได้พบคนที่น่าสนใจ ได้มีเพื่อนที่ดี ได้มีความรักที่ดี ได้ทำในสิ่งที่รัก เพียงแค่นี้ก็เพียงพอ...อย่างเช่นเวลานี้ มันเป้นอีกหนึ่งในความสำราญในชีวิตที่ไม่มีวันหมดอายุ นั่นคือการได้นั่งมองทะเลปล่อยใจไปเรื่อยๆแบบนี้... ..ฉันก้มลงมองPostcardตรงหน้า แล้วลองนึกว่าจะเขียนอะไร มีเรื่องมากมายที่ฉันอยากจะเขียน มีคนที่ฉํนคิดถึง มีภาพต่างๆที่ฉันอยากจะถ่ายเก็บเอาไว้...แต่ในที่สุด ฉันก็ไม่ได้เขียนPostcardสักใบ ถึงใครสักคน หรือแม้แต่ ถ่ายรูปก็ไม่ได้ถ่ายไว้มากมายนัก.. ...ความรู้สึกบางอย่างบอกกับฉันว่า ฉันไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการส่งสารในเวลานี้ เพราะฉันได้ส่งมันไปถึงแล้ว ณ เวลาที่ฉันได้คิดถึงเขา ฉันไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการบันทึกภาพ เพราะฉันได้บันทึกมันแล้วด้วยดวงตาและประทับมันเอาไว้ในความทรงจำ เพียงแค่นี้ก็พอแล้วสำหรับฉัน.. ..บุหรี่ไหม้จนถึงก้นกรองแล้วแต่ฉันไม่ได้สูบ แดดยามสายเริ่มอุ่นขึ้น อันที่จริงมันเรียกว่าร้อนได้เลย ฉันลุกขึ้นเดินกลับไปที่บ้านพัก แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ชายหาดตัวเดิม ค่อยๆเอนตัวลง มองออกไป ลมอุ่นๆพัดเอาเศษทรายเข้ามาที่ตาฉัน ฉันหลับตาลง...น้ำตาไหล 0.47 15/01/08 August 03 ..เปลี่ยนแปลง.....คนเรามักกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น...
...คนเรามักไม่ชอบอยู่ในสถานะการณ์ ที่ยังไม่รู้คำตอบที่แน่ชัด...
...คนเรา มักชอบคิดอะไรในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง...
ทุกคนก็คงรู้ว่า ความรู้สึกพวกนั้นน่ะ มันเป้นยังงัย ต้องยืนในที่มืดมืด ไร้แสงสว่าง ไร้ที่ยึดเกาะ ยืดแขนไปสุดตัว ก็ว่างเปล่า หันไปทางไหนรอบๆตัวก็เจอแต่ ความว่างเปล่า...
แต่เมื่อเวลาที่เปลี่ยนสภานะเป็นคนคุมเกมเมื่อไหร่ ก็ไม่ค่อยมีใครนึกถึงความรู้สึกของผู้ถือไพ่เล็กกว่าในเกมนั้น...
...คนเราก็อย่างงี้...
...คนเรา เปลี่ยนแปลงเสมอ...
...คนนึงเปลี่ยนไปในทางที่มากขึ้น ในขณะที่อีกคน เปลี่ยนไปในทางที่น้อยลง....ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
...คนเรา มันกไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่ก็เปลี่ยนแปลงเสมอ
...สิ่งที่ต้องจำใจทำคือ การยอมรับ และอยู่กับมัน ...ใครทำได้อย่างสมบูรณ์แบบบ้าง...ไม่มี
... "....................."
... จงอย่าเปลี่ยนแปลงถ้าไม่อยากเปลี่ยนแปลง..
July 19 ..ความรัก....อย่างที่เคยบอกไว้
ความรัก แทรมซึมเข้าสู่หัวใจของเรา โดยไม่ทันรู้ตัวเสมอ..ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
ชีวิตที่ผ่านมา7เดือน เหมือนผีเสื้อเพิ่งหัดบิน..
ปีกทั้งคู่ยังไม่แข็งแรงจึงบินได้ต่ำ...เหน็ดเหนื่อย ที่ต้องบินต้านกระแสลมเพียงลำพัง
หวังว่าสักวันจะได้เจอ ทุ่งดอกไม้แสนสวย เพื่อพักใจและอิ่มเอม...
...ความหวัง ที่ไม่ได้หวัง มักมาก่อนความหวัง ที่เฝ้าคาดหวัง..
ผีเสื้อน้อย..แม้ไม่ได้พบทุ่งดอกไม้ที่สวยงามดั่งใจหวัง
แต่ก้พบดอกไม้แสนสวย ขนาดกำลังเหมาะ เป้นมิตรและแสนดี
ความรัก แทรกซึบแนบชิดอยู่ในหัวใจเสียแล้ว
รสหวานของน้ำหวานคำแรก ก็ทำให้รู้ได้เลยว่า ชีวิตนี้สิ่งที่ต้องการคืออะไร
ไม่จำเป้นต้องบินได้สูงที่สุด ไม่จำเป็นต้องค้นพบทุ่งดอกไม้แสนงาม..
ขอเพียงแค่ สักที่...สักคน
ที่เหมาะและเข้ากันได้ดี...
น้ำหวานเพียงหยด... ก็หอมหวานเสียยิ่งกว่า น้ำหวานทั้งทุ่งดอกไม้เสียอีก
...แด่ ความรักที่ไม่ได้คาดหวัง November 13 ชัวิตหลังจาก....
ชีวิตหลังจาก...
ไม่ได้เขียนอะไรต่ออะไรมานานมากเลยนะ
นานซะจนเมื่ออยากกลับมาเขียนอีก ก็ไม่รู้ว่า
จะเรียบเรียงอะไรต่ออะไรที่สะสมอยู่ในหัว
ออกมาอย่างไรถึงจะเป็นที่พอใจ ในตัวเอง
มันคงจะดีถ้ามีเครื่องพิมพ์ที่ต่อตรงจะหัวเรา
แล้วปริ้นออกมาเป็นเรื่องราวทั้งหมด
(จินตนาการของคนขี้เกียจ)
เขียนคราวนี้คงจะยาวหน่อยแล้วก็คงไม่ได้เขียน
วันเดียวเสร็จด้วย แต่อยากให้รู้ถึงความตั้งใจเอาไว้ก่อน
เพื่อความดูดี...
----------------------------------------------------
ชีวิตที่ผ่านมามีอะรเกิดขึ้นแยะเลยตั้งแต่เริ่มทำทีสีท เพิ่งเคยเครียดถึงขั้นนอนไม่หลับ
จิตตกอย่างรุนแรง กังวลและวิตกจริตมากที่สุดก็คราวนี้
นอกจากเรื่องอกหักแล้ว มีครั้งนี้ที่แย่พอๆกัน เหมือน..
ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย และก็เพิ่งรู้ว่า ตัวเองออ่นแอแค่ไหน
----------------------------------
หัวข้อที่ทำทีสีท กว่าจะคลอดออกมาอย่างชัดเจนเล่นเอาแทบบ้า
จะว่าไปต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนร่วมในการช่วยคิดและวิจารย์ด้วย
ลำพังตัวเราเอง คงจับจนคิดวนไปมาอยู่นั่นแหละ..แก้ไม่หาย
พอมีโจทก์ที่มั่นคงแล้ว ก็เข้าสู่ข้นตอนการทำงานอย่างจริงจังง
ไม่เคยตั้งใจและทำอะไรที่จริงจัวงเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย
แม้กระทั่งตอนสอบเอ็นเรายังไม่ตั้งใจขนาดนี้ ..(ถึงได้เอ็นไม่ติด)
ออจากบ้าน ไปถ่ายรูปทุกวัน และก็ไม่ได้สักว่าจะจ้องถ่ายๆๆ
แต่กว่าจะกดชัตเตอร์ลงไปแต่ละรูป ก็ต้องคำนึงถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อก่อน
มันทำให้เราทำงานแบบ มีความหมาย มีระบบการคิดมากขึ้น
มันเหนื่อยมากสำหรับเราเพราะ เราเป้ฯคนไม่มีระบบ แม้กระทั่ง ตอนเรียน
เราก็เผาๆบ้าง ทำแบบไม่ตั้งใจบ้าง งานที่ออกมา ก็ไม่เต็มที่สักเท่าไหร่
แต่คราวนี้ มันเหมือนจุดยิ่งใหญ่ในชีวิตจุดนึง เพราะถ้าเราพลาด
โลกมันไม่แตกหรอก แต่หัวใจเราสิ คงแตกละเอียด (กึ๋ย!)
เมื่องานผ่านแล้ว อะไรๆก็ดูดีขึ้นนะ โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ
บางครั้งเราก็กลับมาเห้นตัวเองว่า เรากดดันตัวเองมากเกินไป
เมื่อเริ่มทำความเข้าใจอะไรๆอย่างถ่องแท้และชัดเจนแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างก็ก็เป้นไปตามธรมชาติ และ สัญชาติญาณ
และผลที่ออกมา ก็เป็น ที่น่ายินดี กับตัวเอง ที่ในที่สุด ก็ผ่านมาได้
ด้วยตัวเอง...
เพื่อน
...คำๆนี้มีบทบาทและความหมายกับชีวิตเราอย่างมาก
เราเคยมีทั้งเพื่อนที่ ดีที่สุด และเพื่อนที่... อย่างได้เรียก
คนเหล่านั้นว่าเพื่อนเลย เอาเป็นว่าเหมือนคนรู้จักที่ทำที
เหมือนเป็นเพื่อนต่อหน้า แต่ลับหลังก็ลอบกัด นินทา คิดร้าย
คำเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อนในความคิดของเรา เป็นแค่คนที่หวังอะไร
สักอย่างจากการคบหากัยเราเท่านั้น ในชีวิตเราส่วนใหญ่ก็จะมี
แต่คนอย่างนี้แหละ จะหาเพื่อนที่เป็นเพื่อนจริงๆได้สักกี่คน
เอาถอะ...จะไม่ด่าใคร เพราะคราวนี้จะพูดแต่เรื่องดีๆ...ดีมะ!
ชีวิตมหาวิทยาลัยทำให้เราเข้าใความหมายของคำว่าเพื่อนมากขึ้น
อาจจะเพราะก่อนเข้ามหาลัยเรามีเพื่อนแท้จริงอยู่ไม่กี่คน
เมื่อเราได้เพื่อนกลุ่มใหม่ ที่ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญ หรือว่าใคร
ข้างบนนั้นกำหนดมาให้เราได้เจอกัน เข้าใจกัน รักกัน..
ในเวลที่สุข สนุกสนาน พวกเราก็ยิ่มไปด้วยกันเสมอ ในเวลาที่ใคร
คนหนึ่ง เจ็บมาจากที่ไหน ใครคนหนึ่ง ร้องไห้ เราก็ปลอบใจและ
ช่วยพยุงกันไปเสมอ...ยิ่งเวลที่ทุกทรมารจากความรัก เวลาที่กูอกหัก
ถูกผู้ชายระยำๆ (มิได้เหมารวม) หักหลัง เฉดหัวทิ้งมา ก็มีพวกมึงนี่แหละ
ที่คอยปลอบกู ทำให้กูหายเศร้า อย่างน้อย ก็ทำให้รู้สึกว่า กูไม่ได้อยู่คนเดียว
ขอเล่า(เหล้า!).. เมือตอนกูอกหักจากเจ้าของร้านอังคารคลับ
ขอบอกว่ากูเสียใจมาก ไม่ใช่แค่เพราะเค๊าไม่รักกู แต่กูเสียใจที่กูรักคนแบบผิดๆ
กูเลือกที่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะคิดว่า การให้จะเข้าไปอยู่ในหัวใจคนบางคนได้
แต่ครั้งนั้กูคิดผิด การรักด้วยความดี การรักด้วยการให้อย่างทุ่มเทแบบโง่ๆ มันไม่
สามารถเปลี่ยนแปลงคนบางคนได้จริงๆ.. ความทุกข์ในครั้งนั้น สาหัสมหาศาลมาก
เป็ฯครั้งหนึ่งที่กูมีความคิดควายๆอย่างเช่น อยู่ไปทำไมวะ? ถ้าต้องทุกข์ทรมาร
อย่างไม่สิ้นสุดแบบนี้ แต่ ก็มีพวกมึง ที่คอยให้สติกูเสมอ จำได้มั้ยวันนั้นที่กูประกาศ
อย่างเป็นทางการว่ากูโดนทิ้ง พวกมึงชวนกูไปกินเบียร์ร้านแรก หอแกรนด์ ใจจริง
กูอยากกลับบ้านไปนอนกลืนน้ำตามากกว่า แต่..อยู่หลายคน ดีกว่าอยู่คนเดียว
วันนั้นเราหมดเบียร์ไป3ลังได้ พวกมึงเมากันหมด (แต่กูไม่เมาว่ะ) พวกมึงอาจจะจำ
ไม่ได้และไม่ได้คิดไร แต่กูขอบอกว่า กูประทับใจเมื่อกูมองเห็นพวกมึงเมาหลับไม่รู้เรื่อง
ทั้งๆที่งานเราเยอะมาก และควรกลับบ้านไปทำงานมากกว่า แต่พวกมึงก็ยังอยู่เป็นเพือนกู
พยายามทำให้กูหายเศร้า...(แต่เสือกเมาเอง) ขอบใจมากเพื่อน...
อีกหลายๆครั้ง ที่เรามีเวลาแห่งความสุขด้วยกัน กูอยากจดจำทุกบรรยากาศเอาไว้ แล้วรีไวน์กลับไป
ใหม่ สัมผัสความรุ้สึกตอนนั้นด้วยกันใหม่...
...นอนมองดาวด้วยกัน(กับยุงคอมมานโด)ที่เสม็ด อ่าวลุงดำ ..น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นอ่าวศิลปกำ(และอีกหลายๆเหตุการเกิดขึ้นที่นี่ รักว่ะ)
...ล่องแพที่กาญจน์ ที่กูขาตกร่องในขณะที่พวกมึงเล่นไพ่กันไม่สนใจกูเลย..และเหตุการณ์ สรวิทย์
...Survay of Art ภาคเหนือ เมาแม่งทุกวัน ไม่มีวันไหนที่มองศิลปะได้อย่างเต็มตา..มันโครต
...ทุกๆที่ ที่เราแม่งไปกินเหล้ากัน ทั้งในพื้นที่ (หอ)และนอกพ้นที่ ตามร้านต่างๆที่ได้กิแม่งไปปล่อยของ
...เกาะช้าง ..กูเกือบตาย แต่เป็ฯอะไรที่ เจ๋งว่ะไปอีกนะ
มันเหมือนทุกอย่างผ่านไปเร็วมากๆ 5ปีที่เรารู้จักกัน มันทำให้ชีวิตกูเปลี่ยนไป กูมีความสุข
ยิ่งช่วงที่เราทำทีสีท เราเครียดมากๆ แทบจะบ้า...แต่ก็ได้เพื่อนๆที่คอยปลอบใจเรา ช่วยเหลือเรา
มันทำให้เราเข้าใจแล้วว่าชีวิตนี้ ขอแค่มี ครอบครัวที่ดี งานที่ดี และ เพื่อนที่ดี จริงใจต่อกัน มันก็
perfect เราไม่จำเป้นต้องร่ำรวยหรือหาความสุขจากทางไหนอีก
..ขอบใจจริงๆ ที่อยู่ข้างๆกันเสมอเพื่อนๆ ศิลกำรุน14 เซค2 พวกมึงคือบุคคลมีค่าในชีวิตกู ไม่ว่า
กูจะไปอยู่ที่ไหน มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมิตรภาพระหว่าเราได้นะ สัญญา........(ซึ่งว่ะ)
มิตรภาพBrand new (ใหม่)
...ง่วงแล้วว่ะ ตี3ละ ลืมไปว่าเมาอยู่ ไว้มาต่อละกัน คร่อออกกzzZZ
September 30 เอางี้......เอางี้..
จบแล้วโว๊ยยยยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ปริญญาตรี
สราดดดดดดดดด แทบตาย
ดีใจนะ นะ นะ นะ นะ..
September 15 ..เวลา....เวลา..
เป็นหน่วยกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้...
และเป้นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอะไรๆบนโลกนี้ได้อีกด้วย
เวลา เปลี่ยนความสัมพันธ์...บางอย่าง
มันเป้นเรื่องน่าเจ็บปวดเหมือนกันนะ ที่ความสัมพันธ์บางอย่าง สะสมสิ่งสวยงามเอาไว้มากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็นำพาความรู้สึกดีๆนั้นไปด้วย ทำให้มันจางลง
ทำให้มันเลือนลาง...แต่เวลาก็นำพาอะไรดีๆมาแทนที่ อย่างเช่น ความทรงจำ
ช่วงเวลาหนึ่ง บางทีเราก็มีสิ่งดีๆเข้ามามากมาย คนดีๆ เพื่อนๆดี ความรักดีๆ มันอาจจะมากมายจนเราแทบจะสำลักความสุขนั้นตายเสียด้วยซ้ำ
มันอาจจะมากมายจนเราหลงลืมไปว่า มันอาจจะหมดไปซักวัน...
ช่วงเวลาหนึ่ง บางทีเรกามีทุกข์มากมายเหลือเกิน จนเรารู้สึกว่ามันเกินกว่าเราจะรับไหว มันมากเกินเหมือนกับว่าเราจะต้องตาย
และเฝ้ารอเฝ้าคอยให้มันผ่านไป จางหายไป แต่ก็ดูเหมือนว่า มันตะเคลื่อนตัวช้าเสียเหลือเกิน...แต่สุดท้าย มันก็ผ่านไป และ เราก้ไม่ตาย
ช่วงเวลาหนึ่ง บางทีเราก็รู้สึก รัก ใครคนหนึ่งมากมายเหลือเกิน รักด้วยหัวใจ รักด้วยทั้งหมดที่เรามี รักจนคิดว่า จะไม่มีวันหยุดรัก จะไม่มีวันหมดไป
แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็อาจจะทำให้เราเปลี่ยนไปด้วย เราอาจไม่ด้รักเค๊าเหมือนอย่างที่คิดว่าจะรักอีก หรือ คนที่เรารัก อาจจะไม่ได้รักเราอย่างที่เราคิดว่าเค๊าจะรักอีก
มันช่างน่าเสียดายพลังที่สวยงามเหล่านั้น .... แต่เราก็เชื่อว่า มันไม่สูญเปล่า
เวลา เปลี่ยน คน...เปลี่ยน เรา
คงเป้นเรื่องของธรรมชาติสินะ...สะสมช่วงเวลาดีๆเอาไว้ ในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ .. น่าเสียดายที่เราพกมันไปกับเราด้วยในภพหน้า ชีวิตหน้า หรือ ภพเส้นขนาน
(หรือที่ไหนก็ตาม)ไม่ได้...แต่ถ้าได้ เราคงมีความทรงจำเยอะแยะเกินไป จนหาความสำคัญไม่ได้...อย่างงี้คงดีแล้ว
ถ้าเราบังคับเวลาได้ ก็คงสนุกดี ขอให้ช่วงความสุขอยู่นานๆ และ ความทุกข็ ไปไวๆหน่อย คงเพอร์เฟคพิลึก...
ตี4.27นาที งานยังไม่เสร็จ .... เวลา เดินช้าอีกหน่อยได้มั้ย
September 05 Please God....not this time....ได้โปรด ขอร้องเถอะ ไม่ใช่ครั้งนี้นะ
....ที่ผ่านมา เจ็บจนหัวใจมันด้านชา ผิดหวังจนชินกับรสน้ำตามาพอแล้ว
....ครั้งนี้ขอได้มั้ย ขอให้มันผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากนี้ จะต้องเจ็บอีกก็ไม่เป็นไร
....แต่ไม่ใช่ครั้งนี้...
....ไม่อยากให้ใครต้องมาเสียใจเพราะเรา ไม่อยากให้เค๊าผิดหวัง มันแย่เสียิ่งกว่าเราเจ็บแค่คนเดียว
....Please God i never asked you for anything...but this time please let me go...Help me get throug all of this
....i beg you....
....i will give you my heart my soul ...my tears... i'll cry for the rest of my life...
.....just let me go....let me go
....มันเหนื่อย...มันท้อ....มันทรมาร ที่ต้องเก็บงำทุกๆอย่างเอาไว้ ภายใน
....ได้โปรด
....ได้โปรดเถอะ
ตี3.01 ...ร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตาอีกแล้ว
September 02 ..siting down with loneliness..เหงาบ้าไรวะ..มันรู้สึกเหมือน....อกหัก
หวิวๆ โหวงๆ ว่างเปล่า ช่วงหน้าอก...
หลับตาไม่สนิท ผวาตื่นหลายต่อหลายครั้ง...
จิตใจวกวนอยู่กัยคำถามเดิมๆ..ทำไม..ทำยังไง
ฟังดู เว่อๆ นะ ...แต่มันจริง
ทีสีทที่ทำดูเหมือนจะไม่รอด..
คงเพราะเราทำอะไรไม่ประมาณตัวเอง ไม่รู้ว่ตัวเราทำอะไรได้แค่ไหน คิดฝันเอาลมๆแล้งๆ ว่า กูจะทำได้
ทั้งๆที่ก็ไม่ได้เก่งกาจมาจากไหน...
ไม่ได้ดูถูกตัวเอง แต่คิดอย่างงั้นจิงๆนะ มันเหมือน เราเข้าใจอะไรๆอยู่คนเดียว ไม่สามารถถ่ายทอดให้คนอื่นรับรู้ได้...ถือว่าล้มเหลว
ทำไมวะ...
ก็รู้ว่าถึงยังงัยก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด แต่...มันก็อดไม่ได้ ที่จะท้อ ท้อเหลือเกิน อึดอัดเหลือเกิน ที่พยายามมากแค่ไหนก็ไม่พอ สิ่งที่เคยคิดว่าดี ก้ไม่ดี
มันเหมือน เราเคยคิดว่า การถ่ายรูป คือเก็บสะสมช่วงเวลา ถ่ายถอดแบ่งปันประสบการร์เหล่านั้น ให้คนอื่นบ้าง ถ้ามีโอกาศ
เราคิดว่า ของบางอย่าง เรื่องบางเรื่อง มันไม่มีเหตุผล ไม่มีคถาม ไม่มีคำตอบ มันมีแค่ ความจริงตรงนั้น วินาทีนั้น แค่นั้น
แต่ในการทำงานจริงเราเรียนรู้ว่า มันทำไม่ได้ เราต้องหาเหตุผลให้กันทุกๆรายละเอียด....หรือเราเป็นศิลปิน หรือนักออกแบบ ที่ไม่ดีพอ...
ช่วงนี้เราร้องไห้บ่อย บ่อยมากเกินพอดี ไม่ได้อยากสำออย หรือ แค่นี้ก็ทนไม่ได้หรอก
แต่เหมือน มันหาทางระบายออกมามากกว่า ก่อนจะเป็นบ้า
ตลอดชีวิต ครั้งนี้เหมือนเครียดที่สุดแล้ว ..... ถ้าไม่จบ มันคงเป้ฯเรื่องที่แย่มากๆ
สงสารแม่ สงสารคนที่ตั้งความหวังงว่าจะเห็นใบปริญญาของเรา
แอบไปนั่งมองแม่หลับหลายๆครั้ง ริ้วราอบบนใบหน้าของแม่แต่ละริ้ว มันคือหยาดเหงื่อทีแม่ทุ่ทเททุกอย่างเพื่อลูกคนคนนี้ เพื่อให้เห้นลูกประสบความสำเร็จ
มีอยู่วันนึง ส่งงานครั้งที่3 ที่ผ่านมาเราทำไม่ดี เราทำงานไปน้อยและเกือบจะไม่ผ่าน เราเครียดมาก ไม่รู้จะคุยกับใคร
แต่เราไม่อยากบอกแม่ เรากลัวแม่เรากลุ้มใจ ดึกแล้ว เราแอบร้องไห้คนเดียว...
เรามักเลือกเวลาร้องไห้ เช่น ตอนขับรถ ตอนอาบน้ำ ตอนดึกๆ (เช้ามืด)
เหมือนพวกแอบดูดยายังงัยไม่รู้ แต่เราว่มันช่วยเราได้...หึ หึ
การเดินทางกับความเหงา ..... เราเดินทางคนเดียวจิงๆ มีแค่เรา กัยความเหงาที่เราไม่เข้าใจ หรือ ความเหงา ที่ไม่มีใครเข้าใจ....ก็ไม่รู้
05.31/ ร้อไห้อีกแล้ว
July 17 ...NEVER...อาจจะเจอหน้าเธอ อาจจะได้คุยกัน คนที่ไม่เคยมีตัวตน และผ่านไป... ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน ของคนโง่งมงาย
. . . .
..ต่อไปนี้ จะไม่ให้ใจ ให้ความรู้สึกดีๆ กับใครง่ายๆอีกต่อไปแล้วว... June 29 ..คืนสุดท้าย..เพียงได้พบเธอในคืนวันนั้น
เตรียมใจไว้ไม่ทันได้แต่รู้ชั้นนั้นชอบเธอ
ได้ยินเสียงของหัวใจมันร่ำร้องว่าอยากพบเธอ..จนในคืนนี้ทนไม่ไหว ต้องไปพบเธอให้ได้
....
ไม่เข้าใจ ว่ามีอะไรดลใจสิ่งสู่
เวทย์มนต์หรือไรสะกิตใจไว้เพียงแค่เธอ
ปฎิเสธคนใดใด แม้ใครจะงานเลิศเลอไม่เทียมเท่าเธอในสายตา..
ปาฎิหารย์ ... ราตรีแห่งกาลนี้รึเปล่า
ที่ส่งให้เขา ได้เข้ามาทำให้หัวใจ รุ่มร้อนขึ้นทุกที
จน คนคนนี้ไม่อาจ จะทนต่อไปไหว
คืนนี้..แค่ต้องการเพียงได้พบและบอกความในของใจ
จะเก็บคงไม่ไหว..และคืนนี้ หากต้องเป้นคืนสุดท้ายที่เราได้พบกัน
หากเป็นอย่างนั้นชั้นขอมีเธอ...ได้ใหม..
ลบ..ลบเธอจากใจไม่ได้
ฝัง จดจำคืนนั้นยังคงฝังใจ
แล้ว ชั้นควรจะทำเช่นไร...เมื่อไม่รู้เมื่อไหร่ จะได้พบเธออีกครั้ง
ปาฎิหารย์..ราตรีแห่งกาลนี้รึเปล่า
ที่ส่งให้เขา..ให้เข้ามา ปลิด ลมหายใจ ให้เต้นช้าลงทุกที
จนคน คนนี้ไม่อาจจะทนต่อไปไหว
คืนนี้..แค่ต้องการเพียงได้พบและบอกความในของใจ
จะเก็บคงไม่ไหว..และคืนนี้ หากต้องเป้นคืนสุดท้ายที่เราได้พบกัน
หากเป็นอย่างนั้นชั้นขอมีเธอ...ในหัวใจ..
.........
..ความรัก มักจะแทรกซึมเข้ามาในตัวเราอย่างไม่ทันรู้ตัวเสมอเลยนะ... June 21 .......เหมือนลมหนาวพัดผ่าน...เหมือนสายฝนกระหน่ำ
พัดน้ำตามาสู่ใจฉัน...ดวงตาพร่ามัวมองไม่เห็ฯใคร
ที่ ที่เธอเคยอยู่...ตรงนั้น
เธอเคยเป็นเหมือนแสงสว่าง นำทางแก่ใจฉัน
..แต่วันนี้ ไม่มีอีกแล้ว..
เธอเคยบอกว่ารัก รักฉันอยู่เสมอ
แต่ตอนนี้กลับไม่มีเธอ...ไม่เหลือใคร
หากบอกว่ารักกัน แต่ทำไมฉัน ไม่รู้สึกถึงใจเธอ
แววตาที่เคยอบอุ่น วันนี้มันช่างว่างเปล่า
มือที่เคยสัมผัส วันนี้มันช่างเยือกเย็น
ได้โปรดกอดฉัน....เหมือนวันนั้นที่เธอเคยกอด
ได้โปรดมองตากัน....เพื่อยืนยันคำว่ารัก
ไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตา...ไม่อยากทำเป็ฯสำออย
แต่มันห้ามไม่ได้แล้ว ใจมันช้ำจนเกินทน
หากไม่รักฉันแล้ว ก็บอกมา อน่าทรมานกันด้วยการเย็นชาอย่างนี้
...ฉันขอตายเพราะเธอไม่รัก......ดีกว่าอยู่กับความรัก...ที่มันตายแล้วว...
....... June 06 รักเธอนะ....จุดประสงค์ของการไป ทะเลครั้งนี้ ตอนแรกกะว่าจะไปถ่ายรูป ทำงาน " jurney wiht sadness"...ลองไปกดๆดู เผื่อว่าจะได้ภาพที่ถูกใจบ้าง เพราะคิดว่า บรรยากาศ มันต้อง นัวๆ ฝนๆ เหงา ตรง concept เดี๊ย...!!
ฝนไม่ตกเลย บรรยากาศไม่เศร้า ไม่เหงา ไม่นัว สมใจ....แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งที่ได้กลับมามันก็ดีเหมือนกัน..
เอกเคยพูดว่า "สถานที่ไม่สำคัญเท่าคนที่ไปด้วย" เราเห็นด้วยข้อนี้เต็มที่ จริงๆแล้วถึงเอกจะไม่พูด เราก็รู้สึกเหมือนกันอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเอ่ยมาสักคำ เรายังคิดว่า คนที่ไปด้วยธรรมดา ก็จะไม่สำคัญเท่ากับคนที่มีความรู้สึกดีๆต่อกัน รักกัน ผูกพันธ์กัน..เป็นเพื่อนแท้...ได้พบมิตรภาพใหม่ๆที่เริ่มต้นแบบน่ารักๆ กับคนที่รักทะเลเหมือนๆกัน มันคงจะอยู่ตลอดไป.....ไปคราวนี้ถึงจะไม่ หวือหวาอะไรมาก อยู่กันอย่างเรียบๆ ง่ายๆ กินข้าว กินเหล้า เล่นน้ำ ดูดบาลากุ นั่งมองดาว ร้องเพลงกัน แต่มันมีความสุขมากจนน่าประหลาดใจ เหมือนการมาครั้งนี้ ชดเชยความรู้สึกที่อยากจะพักผ่อนและได้ไกล้ชิดทะเลจริงๆ อยากจะอยู่อย่างนั้นไปนานๆ ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องกังวลอะไร ตื่นมาก็สูดหายใจเข้าเต็มปอด...เหมือนการนอนฝันดี แล้วไม่อยากจะตื่นขึ้นมา...
เอก...เราไปทะเลทุกครั้ง เรารู้สึกว่าต้องมีเอกยังงัยก็ไม่รู้ อาจะเป็นเพราะ เรากับเอก มีความรู้สึกกับทะเลเหมือนๆกับเรา
เม้ง...ไม่มีครั้งไหน ที่เราไปทะเลแล้วไม่มีเม้ง เราอยากให้เป็นอย่างงี้ตลอดไปจัง ทำตามหัวใจ ทำตามความรู้สึกของตัวเอง วันข้างหน้าจะเป้ฯยังงัยก็อย่าไปกลัวนะ เราอยู่เป็นเพื่อนนายเสมอ
แนน...ดีใจนะที่คราวนี้แกไปได้ คงไม่ต้องพูดอะไรมากหรอก รู้ๆกันอยู่นะ ...เพื่อนรัก...
เมย์...เราดีใจมาก ที่เมย์ไปเที่ยวกับพวกเรา เรามองว่ามันคือการปลอปล่อยครั้งยิ่งใหญ่เลยนะ เราอยากบอกเมย์ว่า บางครั้ง เราต้องทำตามความรู้สึกมากกว่าเหตุผลบ้าง ชีวิตจะได้ พบกับสิ่งที่น่าเหลือเชื่อสุดๆ เชื่อเรานะ เราอยากให้เมย์สนุก มีความสุข เพราะเมย์เป็นเพื่อนเรา
เต้...ขอบคุณนะเราคุยกับเต้เราได้อะไรมากมาย เราชอบคุยกับเต้มากๆ เต้เป้นคนที่มีความคิดที่น่าสนใจและไม่เหมือนใครจิงๆ...ไปเที่ยวกันอีกนะ
ต่อ...การมีต่อไปเที่ยวด้วยทุกๆครั้ง เรามีความสุขมาก เหตุผลน่ะหรอ ก็ไม่รู้สิ ว่าเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะต่อทำเราเมาทุกครั้งเลยมั้ง (555) แต่ที่เรารู้สึกคือ เราชอบที่ต่อเอาใจใส่เรา และเพื่อนทุกคน อยู่กับต่อเราไม่เคยเบื่อเลย...ไปเที่ยวอีกนะ
.......
ช่วงเวลาที่ลอยตัวอยู่ในน้ำทะเล เงยหน้ามองท้องฟ้าตอนสายันต์ สีเหลืองบนฟ้าเป็นปุยล่องลอยอยู่ หูทั้งสองข้างจมอยู่ในน้ำ..ไม่ได้ยินเสียงอะไร นอกจาก เสียงของทะเล...เธอกำลังกระซิบข้างๆหูชั้นใช่มั้ย เธอกำลงโอบอุ้มชั้นอยู่.. แม้น้ำจะเย็นเฉียบ แต่ชั้นก็รู้สึกอบอุ่นที่หัวใจเหลือเกิน...ในวันที่ไม่มีใครอยากจะกอดชั้น ในวันที่ไม่มีใครอยากจะปลอบชั้น ..ชั้นก็รู้ว่าชั้นจะมีเธอเสมอ...จิตใจที่ว้าวุ่น กลับ ว่างเปล่า เมื่อได้อยู่กับเธอ เปล่าหรอก น้ำตาที่ไหลไม่ใช่เพราะชั้นเศร้า ชั้นเพียงแต่ตื้นตัน ที่ชั้นได้สัมผัสเธอจริงๆเสียที...เปล่าหรอก ที่ชั้นนั่งเหม่อคนเดียว ไม่ใช่เพราะชั้น ทุกข์ แต่เพราะชั้นอยากจะมองเธอให้นานที่สุด และเก็บภาพเธอไว้ในใจของชั้น...ขอบคุณนะ ที่ถึงวันนี้ชั้นจะเจ็บปวด แต่ชั้นก็จะไม่ได้อยู่คนเดียว อย่างน้อย ถ้าชั้นไม่มีที่ไป ชั้นก็จะไปอยู่กับเธอได้เสมอ...
...รักเธอนะ... May 21 I'm JUst "ME"ในชีวิตของผู้หญิงคนนึง ที่เกิดมาจากครอยครัวที่แปลกๆ ไม่ครบสมบูรณ์อย่างใครๆเขา
ถูกหล้อหลอมมาด้วยสิ่งที่ใครๆเรียกว่า เด็ก บ้านแตก ...แต่ชั้นก็เป็นชั้น ทุกวันนี้ที่ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก
คนแบบชั้น คนที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
ทั้งหัวดื้อ ขี้โมโห ขี้รำคาญ ปากร้าย ก้าวร้าว ไม่เคยยอมลงให้ใคร ไม่ชอบให้ใครมาดูถูก ใจร้อน อ่อนแอ แต่แกล้วทำเป็นว่า แข็งแรงซะเต็มประดา สารพัดข้อเสียชั้นมีทั้งนั้น
แต่..แม้แต่คนเลวที่สุด ก็ย่อมมี รัก
แต่สำหรับผู้หญิงแบบชั้น คนแบบชั้น ความรักดีๆมันช่างหายาก ไม่ได้โทษชะตาฟ้าดิน หรือ โทษอะไรใดใดทั้งสิ้น
แต่โทษตัวเอง ที่เป็นแบบนี้ ตัวชั้นเอง .... เคยมีใครคนนึง ที่หวังดี เคยเตือนชั้น ให้ทำตัวเองให้ดูดี น่ารัก ในแบบ
ของ ผู้หญิง ที่ดี น่าถนุถนอมดูแล "ใครเขาจะชอบผู้หญิงอย่างแกวะ!! ดูดบุหรี่ กินเหล้า ทำตัวสุดๆแบบนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนเขาชอบหรอกนะ หัดทำตัวดีๆ เลิกซะไอ้ที่ทำอยู่ แล้วแกก็จะมีคนดีๆเข้ามาเองแหละ "...ชั้นไม่ได้ตอบอะไรหรอกนะ
เพราะรู้ว่ามันคือความหวังดี แต่ตอนนั้น ถึงไม่ได้พูดออกไป แต่ในใจมันคิด "ช่างแม่งง ถ้าคนจะรักกูเพราะกูเสแสร้ง สร้างภาพว่ากูสวย กูแสนดี กูเรียบร้อยให้นั่งบั้นหน้า บั้นท่าทั้งวี่ทั้งวัน กูขอเจ็บแบบนี้ดีกว่า "..มันจะมีประโยชน์อะไร ที่ทำให้คนอื่นรักในตัวเรา ที่ไม่ใช่ตัวเรา ..ใช่..สิ่งที่ชั้นเป้นอยู่ มันไม่ได้ดีอะไร แต่มันคือตัวชั้น สิ่งที่ชั้นเป็นมันอาจจะเป้นได้แค่ ดอกไม้ริมทาง เป็นของเล่น หรือเป็นของน่ารังเกียจในสายตาผู้ชายก็ไม่เป็นไร แต่ในสายตาตัวชั้นเอง มันคือคนที่จริงใจที่สุด ..
เคยคิดถึงคำพูดของเพื่อนวันนั้นเหมือนกัน ชั้นอยากเป้นมั้ย ผู้หญิงที่น่ารักแบบนั้น อืม.. มันคงจะดีนะ ที่เป็นสาวน้อยน่ารัก
ดูสดใส แสนดี และบริสุทธิ ในสายตาใครๆ ... ใครๆก็ชอบ ใครๆก็หลงไหลและอยากอยู่ไกล้ๆ อยากดูแล take care ตลอดเวลา ถึงแม้ในใจจะซ่อนสิ่งที่ร้ายกาจและน่ากลัวไว้มากมาย แต่ภายนอกเป็นสิ่งตัดสินตัวเราในสายตาใครๆ
นั้นเป้นของตาย ... คำตอบคือ มันก็ดีอ่ะ แต่ ไม่อยากเป้นว่ะ
ถึงแม้ตัวชั้น มันอาจจะไม่ได้มีอะไรที่คนอื่นชอบ ไม่มีเสน่ห์ดึงดูด ไม่มีความน่ารัก ไม่มียิ้มหวานๆ ตาใสๆ ที่น่ารักแบบนั้น
ไม่มีคนมาชื่นชมและเป็นห่วงเป้นใย อยากดูแลและปกป้อง...มันก็คงไม่เป้นไรหรอกมั้ง ถ้าจะอยู่อย่างนี้ สุขบ้าง เจ็บบ้าง ใครมันจะมาชื่นชมผู้หญิงที่ไม่ออ่นหวาน ไม่แสนดีอย่างเรา บางคนก็เหมือนจะรับได้ แต่ในที่สุด ก็หนี้ความจริงไม่พ้นว่า เขาต้องการแม่บ้านและหญิงสาวที่เหมาะจะเป็ฯแม่ของลูกมากกว่านี้ ..ชั้นก็เป้นแม่ของลูกได้นะ แต่ในแบบของชั้น...
เห็นมั้ยล่ะ ! ว่าชั้นเป้นคนแบบนี้ ทั้งดื้อและมองโลกร้ายๆ
คนแบบชั้น ก็คงได้แค่มีความรักที่ลงท้ายด้วยความเจ็บปวด ... May 12 IF OnLy..หลังจากจบกาแสดงดนตรีของหญิงสาว เขาพาเธอไปดินเน่อสุดหรู หวังให้เธอประทับใจ
แต่สำหรับหญิงสาว มันไม่ค่อยจะมีความหมายสักเท่าไหร่ เพราะเธอรู้ว่าเขาเพียงต้องการเอาใจเธอ เพื่อไม่ให้เธองอนเท่านั้น
หลังจากที่เขาพูดจาให้เธอพอใจ แต่หาได้ใส่หัวใจ ของตัวเองลงไปในคำพูดเหล่านั้น เธอก้ทนไม่ได้ที่จะทนฟังเขาเล่นละครต่อไปอีก เธอลุกจากโต๊ะอาหารไปพร้อมน้ำตาที่นองใบหน้า เขาไม่เข้าใจว่าเขาอุตสาห์ทำดีเพื่อเธอแต่ทำไมมันไยงไม่ได้ผลอีก เขาถามเธอว่า คุณต้องการอะไรจากผมอีก ผมชื่มชมคุณ ยังไม่พออีกหรือ..เธอตอบกลับมาด้วยน้ำตาว่า "ฉันไม่ต้องกาให้คุณเพียงชื่นชม ยกย่องชั้น แต่ชั้นต้องการให้คุณ รัก ชั้น เท่านั้นเอง" เธอวิ่งออกไปขึ้นรถแท็กซี่ เขาตามเธอไป ด้วยความลังเล เธอปิดประตูรถแล้วจากไป ..ไม่กี่วินาทีต่อมา รถแทกซี่ของเธอถูกรถอีกคันหนึ่งที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูง ชนเข้าอย่างจัง ..อยางที่คุณคิด เธอตาย และ เขายืนมองเธอตายไปต่อหน้า เขาช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย เมื่อวินาทีนั้นแหละ ที่เขารุ้ตัวว่า เขาทำพลาด พลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเขารักเธอมากกว่าสิ่งใดในโลก การไม่มีเธออยู่บนโลกนี้ ก็เท่ากับอยู่อย่างเดียวดายในทะเลทรายที่แร้งแค้นและว่างเปล่า .. ภาพเธอยิ้ม อ้อมกอดยามเช้า เสียงดนตรีของเธอที่เธอฮันเพลงในห้องน้ำตอนเช้าๆ ไม่มี ไม่มีอีกแล้ว..เขานอนกอดข้างของส่วนตัวของเธอบนเตียงที่พวกเขาเคยนอนเล่นกัน คุยกันอย่างมีความสุข แล้วถามตัวเองว่า "กูเป้นบ้าอะไร" นึกแค้นตัวเองที่ไม่เคยแม้แต่บอกรักเธอ นึกอยากจะต่อยตังเองให้คว่ำที่ไม่เคยใส่ใจเธอ หรือแสดงให้เธอรู้ว่า รัก เธอมากแค่ไหน ปล่อยให้เธอต้องเหงา และ คิดว่าเขาไม่รักเธอ...เขาหลับไป พร้อมกับภวนาว่าขอให้มันเป็นฝันร้ายที่จะหมดไปเมื่อเขาลืมตาตื่น
...กรี๊งงง !!! นาฬิกาปลุกเวลาเดิม เขาลืมตาขึ้นมานิดหน่อย เหลือบมองนาฬิกาปลุกเสียงปาดรูหูที่เธอ ซื้อให้เขาเป็นของขวัญวันเกิด ถึงมันจะสวยดูดีแบบโมเดิร์นอย่างที่เขาชอบ แต่เสียงของมันทำให้เขาหงุดหงุดทุกเช้า เธอบอกว่ามันช่วยให้เขาไปทำงานไม่สาย เขาหงุดหงุดทุกครั้งที่เธอพูดแบบนั้น เพราะเขาไม่เคยไปสาย งานสำคัญกับเขาเสมอ ..ยิ่งคิดยิ่งเจ็บ จะทำงานไปเพื่ออะไร ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตเขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้วตอนนี้นอกจากเธอ..แต่มันคงสายไปแล้วล่ะ..สายไปแล้ว..
ระหว่างที่ชายหนุ่ม จมลงในภวังค์ความทุกข์โศกของเขา..เขารู้สึกว่ามีอะไรขยับดุกดิกอยู่ข้างตัวเขา .. เขาลืมตาขึ้นทันทีและค่อยๆหันไปมองข้างตัวอย่างระวังที่สุด โจรรึเปล่านะ ใครกันวะ มานอนข้างๆกู เขาคิดและกำสมุดบันทึกเล่มหน้าของแฟนสาวที่นอนกอดเมื่อคืนไว้แน่น กะว่าถ้าเจ้าโจรที่อะไรสักอย่างข้างๆตัวเขาขยับละก็ จะฟาดให้มึนไปเลย...แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นว่า "เปิดอ่านแม้แต่ตัวเดียว เธอตายแน่"...ชายคนนั้นตกใจสุดขีด หันไปมองที่มาของเสียงนั้น และภาพที่ทำให้เขาแหกปากสุดเสียงด้วยความรู้สึกอะไรก้ไม่รู้ ปรากฎอยู่ตรงหน้าเขานั่นเอง..
ไว้ค่อยมาต่อนะ
April 29 IF ONLY..วันนี้ตื่นเช้า (บ่าย) ขึ้นมา..เป็นวันสีหม่นๆอีกวันหนึ่ง
เมื่อคืนตอนนอน ก็หลับฝัน ฝันหลายเรื่องวุ่นวายไปหมด จนจำไม่ค่อยได้ว่ามันมีเรื่องอะไรบ้างนะ..
ความฝัน สำหรับเราเป้นเรื่องสำคัญรึเปล่านะ ... เราให้ความสำคัญกับความฝันมากน้อยแค่ไหน ถ้าความฝันบอกอะไรเราบางอย่างล่ะ ถ้าความฝันคือลางบอกเหตุอย่างหนึ่ง เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเรื่องที่เราฝัน จะเป็นจริงขึ้นมารึเปล่า..น่าสงสัยจิง
วันนี้บังเอญไปเปิดดูหนังเรื่องนึง ชื่อเรื่องว่า If only...
เป็นเรื่องเกี่ยวกับคู่รักคู่หนึ่ง .. หญิงสาวอเมริกัน เธอเป็นนักดนตรี เธออ่อนหวาน อ่อนโยน และ มอบความรักให้กับทุกๆคนเสมอ เธอสอนดนตรีให้กับเด็กๆ และมีความฝันที่จะทำเพลงของตัวเอง เธแขยนเพลงเอาไว้บ้าง แต่ไม่เคบกล้าพอจะนำไปเสนอ หรือแม้กระทั่งเล่นโชว์ให้คนอื่นๆได้รับฟัง เธอชอบที่จะรัก และ ก็อยากที่จะถูกรักด้วย.. ชายหนุ่มเป็นคนอังกฤษ เขาเป็ฯนักธุรกิจที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เขาเก่งในเรื่องงานของเขา เขาไม่เคยท้อถอยเพราะคิดว่าต้องการมีชีวิตที่ดีสมบูรณ์พร้อม เขาไม่อยากเป็นเหมือนพ่อของเขาที่ตกงานและเมาทุกวัน เขารักพ่อของเขาแต่ก้ไม่อยากเป้นเหมือนเขา เขาจึงทุ่มเททุกอย่างเพื่ออนาคต จนลืมที่จะใส่ใจสิ่งเล็กน้อยที่มีค่ามากมาย ในชีวิตของเขา เขาเพียงแต่รู้ว่าเขามีอยู่ แต่ไม่เคยหันมามาองมาดูแลอย่างจริงจัง ....คนทั้งคู่รักกัน...
เรื่องเริ่มต้นเมื่อวันหนึ่ง ที่หญิงสาวแจ้วข่าวกับชายที่เธอรักว่า เธอต้องไปที่ ชิคาโก้ เกี่ยวกับเรื่องงานดนตรีของเธอและอยากให้เขาไปกับเธอด้วย แต่ชายหน่มปฎิเสธเธอ เขาบอกเธอว่า เขามีงานมากมาย และวันนี้เขาก็มีประชุมสำคัญที่กำหนดความก้าวหน้าในชีวิตของเขา หญิงสาวผิดหวังอยุ่ลึกๆอย่างเคย เขาเป็นอย่างนี้เสมอ เรื่องงานมาก่อน แต่เธอเข้าใจ และให้กำลังใจเขา ในใบหน้าที่มีร้อยยิ้ม แต่มันแฝงไว้ด้วยความผิดหวังและเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ก่อนออกจากบ้าน เธอจูบลาเขาและอวยพรให้คนเก่งของเธอโชคดีในวันนี้ พร้อมกับพูดว่า "เจอกันที่คอนเสิร์ตของฉันตคืนนี้นะคะ"..ชายหนุ่มหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจและถามเธอว่า "คอนเสิร์ตอะไรกันหรือจ๊ะ"...เขาลืม เธอน่าจะรู้อยู่แล้ว แต่นี่มันคอนเสิร์ตวันเรียนจบของเธอนะ มันสำคัญมาก เขาลืมได้อย่างไร เรื่องของเธอมันไม่มีค่าควรจะจำเลยหรือไง เธอเตือนความจำเขาและเขาก็รับคำว่าจะไป..
การประชุมวันนี้แย่มากสำหรับเขา คณะกรรมการไม่สนใจโปรเจคใหม่ของเขา และ เขาก็พูดได้ไม่ดีพอ ทำไมอะไรๆมันถึงได้แย่ไปหมด และแฟนของเขาก็ดันโผล่เขามาตอนที่กำลังประชุมสำคัญ เธอมาทำไมกันนะ ทำให้เขาเสียสมาธิ เขาพูดแย่ๆกับเธอและไล่เธอกลับ เขาไม่น่าทำอย่างนั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ ......คณะที่ชานหนุ่มกำลังครุ่นคิดเรื่องชีวิตและวันแย่ๆของเขานั้น คนขับแท็กซี่ที่เขานั่งมา พูดขึ้นว่า."มีปัญหาเรื่องความรักหรือพ่อหนุ่ม ?" ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ และแปลกใจที่เขารู้ คุณรู้ได้ยังงัย เขาถาม คนขับแท็กซี่พูดขึ้นว่า อาชีพที่รู้เรื่องชีวิตคนอื่นมากที่สุดรองจากบาร์เท็นนเดอรื ก็คือคนขับแท็กซี่ ...
"ผมกำลังคิดว่า ผมไม่รู้ว่าจะทำให้เธอมีความสุขได้อย่างไร"...
"แล้วคุณรักเธอรึเปล่า"
"รักสิ รักมากด้วย"
"ถ้าอย่างนั้นก้อชื่นชมเธอ แค่รักเธอเท่านั้นแหละ"
ชายหนุ่มเหมือนจะคิดอะไรได้ เขาลงจากรถและแวะซื้อช่อดอกไม้ที่เธอชอบ และมุ่งหน้าไปที่การแสดงคอนเสิร์ตของหญิงที่เขารักทันที...
..To be continue..
April 10 สำหรับ..แนน..แนน แกจำวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้ป่าววะ..?
ตอนนั้นชั้นกำลังเอ๋อๆเด๋อๆอยู่ที่กล้วยน้ำไทย พี่พีชเดินมาบอกว่าให้ไปนั่งรวมกลุ่มกันกับเพื่อนๆ กูก็เดินตามเขามา แล้วเขาก็บอกว่า "น้องแนน นี่น้องแนนเหมือนกัน" ตอนแรกชั้นคิดว่า กูนึกแล้วว ต้องมีคนชื่อซ้ำกะกู แล้วมองไปที่แกอ่ะ เห็นแกนั่งอยู่ ยิ้มแป้นแก้มแดงเชียว ชั้นยังจำได้เลย คิดว่า เออ มีคนหน้าตาดีๆ(เหมือนกู อิอิ)ในคณะนี้บ้างแล้วว ช่วงนั้นเขินไปหมดเลย ไม่รู้จะคุยไร จำได้คุยกะแกคำเดียว ถามว่าแกกลับยังงัย แกบอกว่าพี่รออยู่ เออ ชั้นสิ กลับคนเดียว เฮ้ออ..
พอ freshy night แกมาสายมาก แล้วก็มานั่งด้วยกัน ชั้นว่าเราคงเริ่มสนิทกันตอนนั้นล่ะมั้ง มีตู่ด้วยอีกคน ส่วนออยจำไม่ได้แล้วว่ะว่ามาสนิทตอนไหน พวกเราเลยเป้นแก๊ง 4 ดอก โดนด่ากระจาย (เพราะอะไรวะ เหอๆ) อยู่ด้วยกัน ไปไหนไปด้วยกัน กินด้วยกัน นอนด้วยกัน ไปสิงอยู่หอแก กินมาม่าตอนดึกๆ ทำงานกลุ่มเดียวกันตลอด ชีวิต มหาลัยตลอด4ปีไม่มีสักวันเลยที่ชั้นจะไม่มีแก แล้วก็เพื่อนคนอื่นๆ แต่แกพิเศษ กว่าคนอื่น ตรงที่ว่า แกเข้าใจชั้น และชั้นก็คิดว่าชั้นก็เข้าใจแกอยู่ไม่น้อย เราคงชอบอะไรเหมือนๆกัน รู้นิสัย ดีๆ นิสัย เสียๆ ของกันและกันเยอะ แต่ชั้นคิดว่าเราเข้าใจกันและกันใช่มั้ยแนน เราถึงไม่ค่อยทะเลาะกัน แทบจะไม่เคย วันเวลาเปลี่ยนไป เพื่อนบางคนก็มีทิศทางเดินของตัวเองที่ต่างออกไป ตู่ก็มีของมัน เมื่อก่อนชั้นห่วงมันมาก แต่ตอนนี้คงไม่น่าห่วงแล้ว ออยก็เปนแฟนแก๊บ และเป็นผุ้ใหญ่มากขึ้น เพื่อนๆทุกคนเรียนไกล้จบแล้ว แกกะชั้นก็ทำทีสีทด้วยกันอีก ตอนแรกชั้นก็เครียดนะที่จบช้า แต่อย่างน้อย ชั้นก็มีแก ที่เป้นเพื่อนชั้นเสมอ ..
ชีวิตหลังจากนี้ของพวกเราจะเป็นยังงัยวะแนน แกกะชั้นจะไปทางไหนกัน เราจะได้ออกไปเที่ยวสนุกสนานเฮฮากะเพื่อนๆที่เรารักเหมือนเดิมอย่างงี้ไปอีกนานเท่าไหร่ ใครจะแต่งงาน ใครจะมีลูก ใครจะตายก่อนวะ อนาคตบางทีมันก็น่ากลัวยังงัยไม่รู้นะ แต่ถ้ามันจะเป้ฯดั่งใจได้สักอย่าง ชั้นก็อยากจะเป็นกับแกอย่างนี้ตลอดไป ให้แกไปงานแต่งชั้น(ถ้าได้แต่ง)ให้ชั้นไปงานแก ให้ลูกเราเป้นเพื่อนกัน เป้นแฟนกัน เป็นอะไรสักอย่างก็ได้..
วันนี้วันเกิดแก เป็นปีแรกที่ชั้นจำได้เองโดยที่ไม่มีใครมาเตือน ชั้นขอโทษนะแก ที่ชั้นไม่เคยจำได้เลย ทั้งของแกและของเพื่อนคนอื่น เพราะชั้นขี้ลืมมากๆแกคงรู้ แต่ไม่ใช่เพราะไม่รักแกหรอกนะชั้นรักและเป็นห่วงแกเสมอ ชั้นก็มีแกเท่านั้นที่เป้นเพื่อนแท้ ที่ในชีวิตชั้นมันก็มีไม่กี่คนหรอก..วันเกิดแกปีนี้ชั้นก็ขอให้แกมีความสุขนะ ได้ทำในสิ่งที่แกอยากจะทำ สมหวังในทุกๆเรื่อง ทั้งเรื่อง งาน เรื่องความรัก ขอให้ในที่สุดหัวใจของแกอยู่กับคนที่แกรักและเขาก็รักแก และแกจะมีความสุขด้วยกันตลอดไป อนาคตข้างหน้า เราคงต้องโตกันมากขึ้น คงจะใช้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลอย่างทุกวันนี้ไม่ได้แล้วล่ะว่ามั้ย ต้องมีความอดทนและรู้จักเอาตัวรอดอย่างฉลาดมากขึ้น ต้องรู้จักตอแหล และอื่นๆ สังคมภายนอกมันก็แบบนี้แหละมั้ง มันคงไม่เหมือนโลกใบเล็กๆ ที่มีขอบเขตแค่วงเหล้าของพวกเราเวลาไปทะเลกัน นั่งหัวเราะ ร้องเพลง ไปด้วยกัน ไม่ต้องเสแสร้ง ไม่ต้องตอแหล มีแต่ความสุขและรอยยิ้มเท่านั้น ...
H a p p i B i r t H D a Y..นะแนน (ชั้นรักแกว่ะ) อิอิ April 08 เธอคือ ทะเล ในใจฉัน..เธอคือ ทะเล ในใจฉัน...
เธอ.. เธอเป็นดังสายลม
พัดเย็นฉ่ำชื่น มาสู้ใจฉัน
รอยยิ้มของเธอสดใสเหมือนตะวัน..
อ้อมกอดเธอช่างอบอุ่นเหลือเกิน
...
เธอ..เธอเป็นดังเกลียวคลื่น
พัดพาความเศร้ากลืนหายไป
ฉํนไม่ต้องการอะไร นอกจากได้อยู่กับเธอ
...
ถึงเธอจะแปรปรวน และ ไม่อาจะเข้าถึงในบางครั้ง
แต่จิตใจฉันก็เฝ้าคำนึงหา
ไม่อาจจะลบลืม ไม่อาจละสายตา
จากเธอ
...
เธอ.....ทะเลในใจฉัน
.... April 04 ขอโทษนะ..ที่รักช่วงเวลาที่ไปทะเล5วัน เหมือนไม่ค่อยได้ไกล้ชิดกับทะเลซักเท่าไหร่ (ทั้งที่โดดตูม โดดตูม ลงไปดำน้ำจนตัวไหม้ไป8รอบ)..อาจจะเพราะกิจกรรมมันเยอะไปหมด จบเรื่องนั้น ทำเรื่องนี้ จบเรื่องนี้ เอ้า กินเหล้าอีกแล้วหรอ..จบกินเหล้า..อ้าว..คร่อก..
มันเลยไม่มีเวลที่จะ "ไกล้ชิด" กับทะเล อย่างที่เคยเป็นมา ไม่มีเวลาที่ได้นั่งมองหน้ากันจริงๆ พูดคุยเปิดใจกันเหมือนครั้งก่อนๆ พอกลับมาแล้ว ก็รู้สึกผิด เหมือนรู้สึกว่า ละเลย คนที่เรารักยังงัยก็ไม่รู้..
ถ้าเปรียบทะเลเป็นใครก็ได้ในชีวิต ขอให้ทะเล เป็นคนรักในอุดมคติของเราก็แล้วกัน..
ทำไมน่ะหรอ..เพราะทะเล เงียบสงบ แต่มีพลัง ..ทะเลอบอุ่นและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน ทะเลมอบความสดใสให้เราเสมอ ทะเลรับฟังทุกปัญหา และปลอบใจเราเสมอโดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรสักคำ เวลาอยู่กับทะเล เราไม่เคยนึกเบื่อ เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้สัมผัส เวลาเมื่อถึงเวลาที่ต้องจาก ก็รู้สึกเศร้าใจอยู่ลึกๆ และคิดถึงทุกครั้งที่มีโอกาส...มันเหมือนกัน ทั้งๆที่ ทะเลก็อยู่อย่างนั้น แต่เราคงทึกทักเอาเองว่าเขาเข้าใจเรา..รับฟัง และปลอบโยนเรา..เราอยากได้คนรักแบบนั้น คนที่รับฟัง เข้าใจ และเคียงข้างเราเสมอ เราสามาระเป้นตัวของเราเอง เมื่ออยู่กับเขา หัวเราะร้องไห้ไปด้วยกัน .. ไปอ่านเวบไซด์ของพี่คนนึงที่ถ่ายรูปสวยบาดใจมาก..เขาเขียนblockถึงแฟนคนสวยของเขาเสมอ มันสัมผัสได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ ต้องน่ารักและอ่อนโยน อบอุ่นมากๆ..จากคำพูดของเขาเพียงนิดหน่อยที่แฝงเอาไว้บางบทบางตอน มันทำให้เรา อิจฉา..
มันจะมีความสุขแค่ไหนนะ ที่มีคนที่ชื่นชมเรา ภูมิใจในความเป้นตัวเราทุกๆอย่าง มองเห็นความอ่อนโยนที่อาจจะซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีที่ก้าวร้าว หน้าตาบูดๆบึ้งๆของเรา..มองเห็นหัวใจเราจริงๆ และชื่นชมยินดีกับมันเสมอ ... มีตอนนึง ที่พี่คนนี้เขาเขียนถึงแฟนเขา เขาบอกว่าเขาไปเดินสวยจัตุจักรเพื่อหาโต๊ะไปแต่งห้องน้ำบ้านใหม่ของเขากับแฟน แล้วเขาก็เล่าวาแฟนเขาเป็นนักช้อบปปิ้งตัวยง เขามองเห็นความร่าเริงเป็ฯประกายในตัวผู้หญิงของเขา ถ่ายรูปเธอทุกท่วงท่าอิริยาบทที่น่ารัก... มันทำให้เรา...อิจฉา(อีกแล้ว..มากๆๆด้วย)..เราไม่เคยได้อย่างนั้เลย.. คนแบบนี้ยังเหลืออยู่อีกรึเปล่า หรือว่าเขามีเจ้าของกันไปหมดแล้ว..
ออกนอกเรื่องไปซะไกลเลย...(จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องที่ไม่เป้นเรื่องตั้งแต่แรกอยู่แล้วอ่ะนะ)..สรุปก็คือ เราละเลยคนที่เรารักไปแล้วล่ะคราวนี้ ปรกติชั้นจะคุยกับเธอ วิ่งเล่นถ่ายรูปเธอมาเยอะแยะ จริงๆเราอยากทำอย่างนี้กับ คน ที่เป้นคนรักของเรา ถ่ายรูปเขา หรือ อยากให้เขานึกอยากถ่ายรูปเราอย่างนั้นบ้างก็ดี...
ขอโทษนะจ๊ะที่รักที่ชั้นละเลยเธอ ครั้งหน้า ชั้นจะกลับไปหาเธอและไม่ทำให้เธอเสียใจอีก..
|
|
|